โรคหลอดเลือดสมองในศาสตร์แพทย์แผนจีน

ความรู้ทั่วไป, ความรู้แผนจีนลงวันที่

โรคหลอดเลือดสมองในศาสตร์แพทย์แผนจีน

ข้อมูลจาก แผนกเวชศาสตร์ครอบครัวเเละเเพทย์บูรณาการ

โรคหลอดเลือดสมองจัดเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของโลก จากข้อมูลปัจจุบันพบว่าโรคดังกล่าวมีอัตราการเสียชีวิตอยู่ที่ร้อยละ 20.77 และมีอัตราการเกิดภาวะทุพพลภาพระยะยาวสูงถึงร้อยละ 50 ซึ่งตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการพัฒนาแนวทางการป้องกัน รักษา และฟื้นฟูที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงการบูรณาการการดูแลรักษาในรูปแบบต่างๆ โรคหลอดเลือดสมองเป็นโรคที่มีอาการโดยรวมเช่น หน้ามืด ล้มลงหมดสติฉับพลัน ร่างกายครึ่งซีกอ่อนแรง ปากเบี้ยว เห็นภาพซ้อน พูดติดขัด หรืออาจไม่มีอาการล้มลงหมดสติ แต่มีอาการอ่อนแรงครึ่งซีก สามารถเรียกอีกอย่างได้ว่า “โรคที่ถูกกระทำโดยลม” การแพทย์แผนจีนมองว่าสาเหตุของการเกิดโรคไม่ได้เกิดจากปัจจัยใดปัจจัยหนึ่งเพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลจากความไม่สมดุลของร่างกายที่ค่อย ๆ สะสมร่วมกับปัจจัยภายในและภายนอก จนทำให้การไหลเวียนของชี่ เลือด อิน และหยาง ผิดปกติ ส่งผลให้การทำงานของอวัยวะภายในและเส้นลมปราณเสียสมดุล

ประการแรก ความเสื่อมถอยของร่างกายตามวัย ถือเป็นปัจจัยพื้นฐานสำคัญ เมื่ออายุมากขึ้น อินของตับและไตย่อมลดลงตามธรรมชาติ ส่งผลให้ไม่สามารถควบคุมหยางได้อย่างเหมาะสม เกิดภาวะหยางตับแกร่งและเคลื่อนไหวรุนแรงลมหยางจึงลอยขึ้นสู่ส่วนบนของร่างกาย ส่งผลกระทบต่อสมองและเสิน

ประการที่สอง พฤติกรรมการบริโภคอาหารที่ไม่เหมาะสม เช่น การรับประทานอาหารรสจัด อาหารมัน หรือการรับประทานในปริมาณมากเกินไป เป็นสาเหตุให้ชี่ของม้ามและกระเพาะอาหารอ่อนแอ การแปรสภาพและลำเลียงสารอาหารผิดปกติ เกิดเสมหะและความชื้นสะสมภายใน เมื่อสะสมเป็นเวลานานจะก่อให้เกิดความร้อนและไปอุดกั้นการไหลเวียนตามเส้นลมปราณ

ประการที่สาม การใช้ร่างกายหนักหรือการพักผ่อนไม่เพียงพอ ทำให้ชี่ถูกใช้มากเกินไป ส่งผลให้ชี่พร่องและอินถูกทำลาย เมื่ออินพร่องจะไม่สามารถถ่วงหยางได้ ทำให้หยางแกร่งและลอยขึ้น ส่งผลให้ชี่และเลือดไหลย้อนขึ้นสู่ส่วนบน จนอาจเกิดการปิดกั้นทวารสมอง

ประการที่สี่ ความผิดปกติทางอารมณ์ เช่น ความโกรธ ความเครียด ความวิตกกังวล หรือความตกใจรุนแรง ส่งผลกระทบต่ออวัยวะภายในโดยตรง โดยเฉพาะหัวใจและตับ อารมณ์ที่มากเกินไปทำให้ไฟหัวใจกำเริบ หรือกระตุ้นหยางตับให้เคลื่อนไหวรุนแรง ส่งผลให้ชี่และเลือดปั่นป่วน เสินของหัวใจเลอะเลือน จนเกิดภาวะสติสัมปชัญญะผิดปกติหรือหมดสติ

ประการสุดท้าย ปัจจัยก่อโรคจากภายนอก โดยเฉพาะลมภายนอก หากร่างกายอ่อนแอหรือมีชี่ป้องกันร่างกายไม่เพียงพอ ลมสามารถแทรกซึมเข้าสู่เส้นลมปราณ ทำให้การไหลเวียนของชี่และเลือดติดขัด การหล่อเลี้ยงอวัยวะและสมองไม่สมบูรณ์ ส่งผลให้เกิดการอุดกั้นภายในเส้นลมปราณ การแบ่งกลุ่มตามอาการของโรคนั้นสามารถแบ่งได้หลายกลุ่ม

โรคกระทำต่อเส้นลมปราณ จะทำให้เกิดอาการร่างกายอ่อนแรงครึ่งซีก ปากเบี้ยว พูดไม่คล่องแต่ยังมีสติ

โรคกระทำต่ออวัยวะภายในจะทำให้เกิดอาการร่างกายอ่อนแรงครึ่งซีกกก ปากเบี้ยว พูดไม่คล่อง หมดสติ

กลุ่มอาการปิดชนิดหยางจะทำให้เกิดอาการหมดสติไม่รู้สึกตัว ปากปิด กัดฟันแน่น มือกำแน่น แขนขาเกร็งตึงหายใจแรง

กลุ่มอาการปิดชนิดอินจะทำให้เกิดอาการหน้าซีด ริมฝีปากม่วง เสมหะมาก น้ำลายไหลย้อย แขนขาเย็น

กลุ่มอาการหลุดจะทำให้เกิดอาการหมดสติไม่รู้สึกตัวว ตาปิด ปากอ้า มือแบ แขนขาอ่อนไม่มีแรง ปัสสาวะอุจจาระราด เหงื่อแตก หายใจแผ่วเบา เป็นต้น

โดยอาการเหล่านี้ในทางการแพทย์แผนจีนนั้นสามารถช่วยประคับประคองอาการของโรคได้ช่วยให้ผู้ป่วยสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้สะดวกมากยิ่งขึ้น เช่น การรักษาด้วยการฝังเข็มจะช่วยในเรื่องของการไหลเวียนของชี่และเลือดไปยุงสมองและกล้ามเนื้อได้ดีมากขึ้น ลดอาการเกร็ง อัมพาต และอาการชาได้ ช่วยปรับสมดุลชี่และเลือดในร่างกาย และยังมีการรับประทานยาสมุนไพรจีนการนวดกดจุดร่วมด้วยหรือการดูแลรักษาและการป้องกันหลีกเลี่ยงอาหารรสจัด การสูบบุหรี่การดื่มสุรา พักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

โรคหลอดเลือดสมองนั้นเป็นโรคที่พบได้บ่อยในปัจจุบันโดยการจำแนกกลุ่มอาการของโรคตามทฤษฎีแพทย์แผนจีนช่วยให้สามารถวางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสมและตรงกับสภาวะของผู้ป่วย การรักษาแบบองค์รวมที่ผสมผสานการฝังเข็ม ยาสมุนไพร การฟื้นฟูร่างกาย และการปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต สามารถช่วยลดความรุนแรงของอาการ ส่งเสริมการฟื้นตัว และเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพ

แหล่งอ้างอิง : https://www.huachiewtcm.com/content/6532/การรักษาโรคหลอดเลือดสมองในทัศนะแพทย์แผนจีน

 

บทความที่เกี่ยวข้อง