การรักษาเนื้องอกมดลูกด้วยวิธี Uterine Fibroid Embolization (UFE) หรือที่ Uterine Artery Embolization (UAE)

การรักษาเนื้องอกมดลูกด้วยวิธี Uterine Fibroid Embolization (UFE) หรือ Uterine Artery Embolization (UAE)

นพ. พิพิธ ปิตุวงศ์ (แพทย์รังสีร่วมรักษาของลำตัว)
นพ. ธนกฤต มังคละไพบูลย์ (แพทย์รังสีร่วมรักษาของลำตัว)
พญ. ธนิตา ลิ้มศิริ (แพทย์รังสีร่วมรักษา)

เนื้องอกมดลูก (Uterine fibroid) มีอาการอย่างไร

เนื้องอกมดลูกเป็นเนื้องอกชนิดที่ไม่ใช่มะเร็งที่พบได้บ่อยที่สุดในหญิงวัยเจริญพันธุ์ ผู้ป่วยประมาณ 30-50% อาจไม่มีอาการผิดปกติ แต่หากมีอาการ มักพบอาการดังนี้:

  • ประจำเดือนผิดปกติ: มีเลือดออกมากผิดปกติ (Menorrhagia), เลือดออกกะปริดกะปรอย ซึ่งอาจทำให้เกิดภาวะโลหิตจางได้
  • อาการปวด: ปวดท้องน้อย, ปวดประจำเดือนอย่างรุนแรง (Dysmenorrhea), ปวดขณะมีเพศสัมพันธ์ หรือปวดหลังส่วนล่าง
  • อาการจากการกดทับ (Bulk symptoms): เนื่องจากมดลูกมีขนาดโตขึ้นไปกดทับอวัยวะข้างเคียง ทำให้ปัสสาวะบ่อย, ท้องผูก, หรือรู้สึกแน่นท้อง/ท้องโตขึ้นเหมือนคนท้อง
  • ปัญหาด้านการเจริญพันธุ์: อาจทำให้มีบุตรยาก หรือเกิดภาวะแทรกซ้อนระหว่างตั้งครรภ์ เช่น การแท้งบุตร

การรักษามาตรฐานของ Uterine fibroid คืออะไร

แนวทางการรักษาเนื้องอกมดลูกในปัจจุบันมีหลายวิธี ขึ้นอยู่กับอาการ ความต้องการมีบุตร และขนาดของเนื้องอก:

  • การรักษาด้วยยา: ใช้ยาฮอร์โมน เช่น ยาคุมกำเนิดชนิดรวม (Combined Oral Contraceptives; COCs), ยาในกลุ่ม Gonadotropin-releasing hormone (GnRH) agonists/antagonists หรือยา Selective Progesterone Receptor Modulators (SPRMs) เพื่อลดอาการ โดยเฉพาะภาวะเลือดออกมากผิดปกติ และลดขนาดเนื้องอกชั่วคราว
  • การผ่าตัดเอาเฉพาะเนื้องอกออก (Myomectomy): เป็นการรักษามาตรฐานสำหรับผู้ที่ยังต้องการรักษาภาวะเจริญพันธุ์หรือต้องการเก็บมดลูกไว้
  • การผ่าตัดมดลูกออก (Hysterectomy): เป็นการรักษาที่เหมาะกับผู้ที่ไม่ต้องการมีบุตรแล้วและไม่ต้องการให้โรคกลับเป็นซ้ำ

Uterine fibroid embolization คืออะไร

UFE/UAE คือการรักษาโดยแพทย์รังสีร่วมรักษา (Interventional Radiologist) โดยการฉีดสารอุดหลอดเลือดทางการแพทย์เข้าไปทางหลอดเลือดแดงที่ไปเลี้ยงมดลูก เพื่อลดปริมาณเลือดที่ไปเลี้ยงเนื้องอก ทำให้เนื้องอกขาดเลือด, ฝ่อตัว และเล็กลง

ข้อดีเมื่อเทียบกับการผ่าตัด:

  • ความรุนแรงน้อยกว่า (Minimally Invasive): ไม่มีแผลผ่าตัดใหญ่ มีเพียงแผลขนาดเล็ก 2-3 มม. ที่บริเวณขาหนีบหรือข้อมือซึ่งเป็นตำแหน่งที่ใส่อุปกรณ์สายสวน
  • ฟื้นตัวเร็ว: ใช้ระยะเวลาพักฟื้นในโรงพยาบาลสั้นกว่า (ประมาณ 1-2 วัน) และกลับไปใช้ชีวิตปกติได้เร็วกว่าการผ่าตัด
  • ลดภาวะแทรกซ้อนระยะสั้น: มีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนจากการผ่าตัดและการดมยาสลบน้อยกว่า

ข้อจำกัด:

  • โอกาสที่จะต้องได้รับการรักษาซ้ำสูงกว่า: ผู้ป่วยที่ทำ UFE มีโอกาสที่จะต้องกลับมารับการรักษาด้วยวิธี UFE ซ้ำโดยมีโอกาสประมาณ 9-28% ในช่วง 5 ปีแรก หรือต้องได้รับการผ่าตัดในอนาคตโดยมีโอกาสประมาณ 1-10%
  • ความเสี่ยงต่อโอกาสการมีบุตรในอนาคต: ปัจจุบัน Myomectomy ยังคงเป็นวิธีที่แนะนำมากกว่าสำหรับผู้ยังต้องการมีบุตร เนื่องจาก UFE อาจมีผลต่อการทำงานของรังไข่หรือผนังมดลูก แต่ไม่ได้ถือเป็นข้อห้าม เนื่องจากยังมีข้อมูลสนับสนุนไม่เพียงพอ

ขั้นตอนการทำ ความเสี่ยง และผลข้างเคียง

  1. แพทย์ใส่สายสวนขนาดเล็กเข้าไปทางหลอดเลือดแดงที่ข้อมือหรือขาหนีบของผู้ป่วย
  2. ใช้เครื่องเอกซเรย์หลอดเลือดที่มีความแม่นยำสูง เพื่อนำสายสวนไปยังหลอดเลือดแดงที่เลี้ยงมดลูกทั้งสองข้าง
  3. ฉีดสารอุดหลอดเลือดผ่านสายสวนไปยังเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงเนื้องอกโดยเฉพาะ เพื่อทำให้เนื้องอกมดลูกฝ่อ และมีขนาดเล็กลง

ผลข้างเคียงที่พบได้บ่อย:

  • Post-embolization syndrome: อาการปวดท้องน้อย (อาจมีอาการมากใน 24 ชั่วโมงแรก), มีไข้ต่ำๆ, คลื่นไส้, อาเจียน และอ่อนเพลีย ซึ่งเป็นผลจากการที่เนื้องอกอยู่ในภาวะขาดเลือดและเริ่มตาย
  • สารคัดหลั่งทางช่องคลอด: อาจมีของเหลวหรือเนื้อเยื่อเนื้องอกบางส่วนหลุดออกมาทางช่องคลอดได้

ความเสี่ยงที่สำคัญ:

  • การติดเชื้อ: เช่น มดลูกอักเสบ (Endometritis) มีโอกาสพบได้ประมาณ 1–2.5% โดยความเสี่ยงอาจสูงขึ้นในผู้ที่มีเนื้องอกชนิดที่ยื่นเข้าไปในโพรงมดลูก (submucosal/intracavitary fibroid)
  • รังไข่ทำงานลดลง: โดยทั่วไป UAE มีความเสี่ยงต่อการทำงานของรังไข่ค่อนข้างต่ำ แต่ความเสี่ยงจะสูงขึ้นที่ประมาณ 7%ในผู้หญิงที่มีอายุมาก โดยเฉพาะอายุเกิน 45 ปี หากผู้ป่วยยังต้องการมีบุตรหรือมีความกังวลเกี่ยวกับการทำงานของรังไข่ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความเหมาะสมของการรักษาเป็นรายบุคคล
  • เนื้องอกหลุดออกมา (Fibroid expulsion): เนื้องอกบางประเภทอาจหลุดออกมาทางช่องคลอด ซึ่งบางครั้งอาจต้องใช้การขูดมดลูกหรือส่องกล้องช่วยออก

ผลการรักษา และโอกาสกลับเป็นซ้ำ

  • ผลการรักษา: UFE มีประสิทธิภาพสูงในการลดอาการ โดยประมาณ 85% ของผู้ป่วยมีอาการเลือดออกและอาการปวดท้องดีขึ้นอย่างชัดเจนหลังการติดตามการรักษาไป 2 ปี เนื้องอกมักมีขนาดลดลงประมาณ 50-75% ภายใน 1 ปีโดยอัตราการลดลงของขนาดเนื้องอกมักเห็นผลสูงสุดในช่วง 3-6 เดือนหลังการรักษา
  • โอกาสกลับเป็นซ้ำ/รักษาซ้ำ: ประมาณ 20% ของผู้ป่วยที่ทำ UFE อาจจำเป็นต้องได้รับการรักษาเพิ่มเติม (เช่น ได้รับการรักษาด้วย UFE ซ้ำหรือผ่าตัดมดลูก) ภายในระยะเวลา 3-5 ปี เทียบกับการรักษาด้วย myomectomy ที่มีโอกาสผ่าตัดซ้ำที่ 7%
  • ความพึงพอใจ: ผู้ป่วยมากกว่า 80-90% พึงพอใจกับผลการรักษาชนิด UFE

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติ่ม

คลินิกรังสีร่วมรักษา

  • โทร 02 849 6600 ต่อ 3155,2553

บทความที่เกี่ยวข้อง

ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก ม.มหิดล ร่วมยินดีกับ นพ.พิพิธ ปิตุวงศ์ ในโอกาสเป็นวิทยากรระดับสากล ณ งานประชุมรังสีร่วมรักษา APSCVIR 2026 ประเทศจีน

ความภูมิใจของศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก: นพ.พิพิธ ปิตุวงศ์ ร่วมเป็นวิทยากรระดับสากลในงาน APSCVIR 2026

รังสีร่วมรักษา…กับการรักษาโรคข้อเข่าเสื่อม

บอกลาอาการปวดจากข้อเข่าเสื่อมด้วย GAE (Genicular Artery Embolization) นวัตกรรมการรักษาทางเลือกใหม่แบบไม่ผ่าตัด ช่วยลดการอักเสบ แผลเล็กเท่ารูเข็ม และฟื้นตัวได้รวดเร็ว