- Home
- Blog
- ความรู้ทั่วไป
- กล้วยน้ำว้าในมุมมองแพทย์แผนไทยประยุกต์: ตัวช่วยจากธรรมชาติสำหรับอาการท้องผูกและท้องเสีย
กล้วยน้ำว้าในมุมมองแพทย์แผนไทยประยุกต์: ตัวช่วยจากธรรมชาติสำหรับอาการท้องผูกและท้องเสีย

กล้วยน้ำว้าในมุมมองแพทย์แผนไทยประยุกต์: ตัวช่วยจากธรรมชาติสำหรับอาการท้องผูกและท้องเสีย
โดย พท.ป.ณัฏฐชัย เทิดสิโรตม์
ปัจจุบัน “อาการท้องผูก” เป็นหนึ่งในปัญหาสุขภาพที่พบได้บ่อยในคนไทยทุกเพศทุกวัย โดยมีสาเหตุจากหลายปัจจัย เช่น การรับประทานอาหารที่มีกากใยอาหารน้อย ดื่มน้ำน้อย ขาดการออกกำลังกาย หรือมีความเครียดสะสม สิ่งเหล่านี้ทำให้ลำไส้เคลื่อนไหวน้อยลง ส่งผลให้ถ่ายลำบาก อุจจาระแข็ง หรือถ่ายไม่สุด
ในทางกลับกัน “อาการท้องเสีย” ก็พบได้บ่อยเช่นกัน เกิดได้จากการติดเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรียในอาหารและน้ำ การรับประทานอาหารที่ไม่สะอาด หรือการแพ้อาหารบางชนิด แม้อาการท้องผูกกับท้องเสียจะต่างกัน แต่ล้วนส่งผลต่อการทำงานของระบบทางเดินอาหารและคุณภาพชีวิตทั้งสิ้น
ในมุมมองของทางแพทย์แผนไทย อาการท้องผูกและท้องเสียจัดอยู่ในกลุ่มของ “โรคอุจจาระธาตุผิดปกติ” ซึ่งเกิดจากความแปรปรวนของ ธาตุไฟ ธาตุลมและธาตุน้ำ หากธาตุเหล่านี้เสียสมดุล ก็อาจทำให้เกิดอาการทั้งท้องผูกหรือท้องเสียได้ หนึ่งในวิธีบรรเทาอาการที่น่าสนใจ คือการใช้ผลไม้ที่เรารู้จักกันดีนั้นคือ “กล้วยน้ำว้า” สมุนไพรพื้นบ้านที่คนไทยคุ้นเคย ซึ่งสามารถใช้บรรเทาอาการได้ทั้งท้องผูกและท้องเสีย ขึ้นอยู่กับระดับความสุกของผลกล้วยนั่นเอง
กล้วยน้ำว้าดิบ : บรรเทาอาการท้องเสีย
กล้วยน้ำว้าดิบมีรสฝาด เนื่องจากมีสารแทนนินสูง ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยสมานแผล ลดการอักเสบ และชะลอการเคลื่อนไหวของลำไส้ หากมีอาการอย่างอื่นร่วมด้วย อาทิ คลื่นไส้อาเจียน ถ่ายเป็นมูกเลือดหรือมีไข้สูงเกิน 38.5 องศาเซลเซียส แนะนำควรพบแพทย์ทันที
วิธีการรับประทาน
นำผลกล้วยน้ำว้าดิบมาล้างน้ำสะอาด เพื่อล้างยางออกก่อนที่จะนำผลมาหั่นเป็นแว่นบาง ๆ แล้วนำไปตากแดดให้แห้ง จากนั้นบดเป็นผงละเอียด ใช้ประมาณ 10 กรัมต่อครั้ง หรือ 2 ช้อนชา ชงกับน้ำอุ่น 150 มิลลิลิตร ดื่มวันละ 1–2 ครั้ง เพื่อบรรเทาอาการท้องเสีย
กล้วยน้ำว้าสุก : บรรเทาอาการท้องผูก
กล้วยน้ำว้าสุกมีกากใยอาหารสูง ช่วยเพิ่มมวลของกากใยอาหารในลำไส้ ทำให้ลำไส้บีบตัวดีขึ้น ขับถ่ายสะดวก ลดอาการท้องผูก โดยอาการถ่ายลำบาก จะมีอาการดังนี้
- ถ่ายอุจจาระน้อยกว่า 3 ครั้งต่อสัปดาห์
- อุจจาระเป็นก้อนแข็ง
วิธีการรับประทาน
รับประทานกล้วยน้ำว้าสุกวันละ 3–4 ลูก แนะนำแบ่งรับประทาน ครั้งละ 1-2 ลูกต่อมื้อ จะช่วยบรรเทาอาการท้องผูก ถ่ายลำบาก
สุดท้ายนอกจากวิธีที่ได้กล่าวไปข้างต้น การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมรับประทานอาหารที่มีกากใยอาหารสูง ผักใบเขียวและผลไม้ อาทิ มะละกอสุก สับปะรด เป็นต้น ดื่มน้ำไม่น้อยกว่าวันละ 2 ลิตร ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ลดความเครียด รวมถึงรับประทานอาหารที่สะอาด ปรุงสุกใหม่ และหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่ค้างคืน เมื่อปรับพฤติกรรมแล้วอาการท้องผูกและท้องเสียไม่ดีขึ้น ร่วมกับมีอาการผิดปกติอื่น ๆ อาทิ ปวดท้องมาก น้ำหนักลด ถ่ายเป็นมูกเลือด ควรรีบปรึกษาแพทย์ เพื่อหาสาเหตุและรับการรักษาอย่างเหมาะสม
- ผศ.นพ.สมชาย ลีลากุศลวงศ์. ท้องผูก [อินเทอร์เน็ต]. 2553 [เข้าถึงเมื่อ 31 ส.ค. 2568]. เข้าถึงได้จาก: https://www.si.mahidol.ac.th/th/healthdetail.asp?aid=363
- Rama Channel. ท้องผูก ถ่ายยาก ทำยังไงดี? [อินเทอร์เน็ต]. 2565 [เข้าถึงเมื่อ 31 ส.ค. 2568]. เข้าถึงได้จาก: https://www.rama.mahidol.ac.th/ramachannel/infographic/ท้องผูก-ถ่ายยาก-ทำยังไงด/
- กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก. กล้วยน้ำว้า สมุนไพรใกล้ตัวสารพัดประโยชน์ [อินเทอร์เน็ต]. 2567 [เข้าถึงเมื่อ 31 ส.ค. 2568]. เข้าถึงได้จาก: https://www.dtam.moph.go.th/info-p/24800/
- สำนักสารนิเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข. แนะกิน “กล้วยน้ำว้าดิบ” ยับยั้งโรคท้องร่วง [อินเทอร์เน็ต]. 2560 [เข้าถึงเมื่อ 31 ส.ค. 2568]. เข้าถึงได้จาก: https://www.thaihealth.or.th/แนะกิน-กล้วยน้ำว้าดิบ-ย/
- คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์. กล้วยน้ำว้าดิบกับการรักษาโรคท้องเสีย [อินเทอร์เน็ต]. 2552 [เข้าถึงเมื่อ 31 ส.ค. 2568]. เข้าถึงได้จาก: http://medinfo2.psu.ac.th/cancer/db/news_ca.php?newsID=87&typeID=19
- ภญ.สมลักษณ์ จารุภูมิ. กล้วยน้ำว้า: สมุนไพรไทย [อินเทอร์เน็ต]. 2563 [เข้าถึงเมื่อ 31 ส.ค. 2568]. เข้าถึงได้จาก: https://www.si.mahidol.ac.th/th/healthdetail.asp?aid=1581
- คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร. กล้วยน้ำว้า [อินเทอร์เน็ต]. 2560 [เข้าถึงเมื่อ 31 ส.ค. 2568]. เข้าถึงได้จาก: https://pharmacy.su.ac.th/herbmed/herb/text/herb_detail.php?herbID=16
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติ่ม
คลินิกแพทย์แผนไทยประยุกต์
- โทร 02 849 6600 ต่อ ต่อ 4018




