ทำไมผู้หญิงถึงต้องตรวจภายใน

สุภาพสตรีหลายท่านคงเคยได้ยิน ได้รู้จัก และอาจเคยได้รับการตรวจภายในกันมาบ้าง แต่คำว่าตรวจภายในยังคงเป็นเรื่องที่น่าหวาดกลัว หรือเรื่องน่าเขินอายสำหรับอีกหลายๆท่าน นั่นอาจเพราะว่าไม่มีรูปภาพ หรือคลิปวิดีทัศน์สำหรับสาธิตการตรวจภายในอย่างละเอียดให้เราได้รีวิวก่อนไปเจอสูตินรีแพทย์ตัวจริง ลองมาทำความเข้าใจการตรวจภายในให้มากขึ้นกันค่ะ ทำไมถึงต้องตรวจภายใน การตรวจภายในเป็นการตรวจพื้นฐานของสูตินรีแพทย์ เรียกได้ว่าเป็นส่วนสำคัญในการคัดกรองความผิดปกติและช่วยวินิจฉัยโรค สาเหตุที่เราใช้การตรวจวิธีอื่น เช่น การคลำเฉพาะหน้าท้องแทนการตรวจภายในไม่ได้ก็เพราะว่า เรามีส่วนที่เป็นช่องคลอด และปากมดลูกที่ต้องอาศัยการมองด้วยตา ส่วนมดลูกและปีกมดลูกนั้นสามารถตรวจหาความผิดปกติได้ดีกว่าด้วยการคลำจากทั้งช่องคลอดและหน้าท้องพร้อม ๆกัน ดังนั้น หากไม่ตรวจภายใน เราก็อาจไม่ทราบว่าเรามีรอยโรคที่ช่องคลอดและปากมดลูกที่เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งหรือไม่ หรือเรามีก้อนที่มดลูกและรังไข่ที่ไม่สามารถตรวจได้จากหน้าท้องหรือเปล่า เมื่อไรที่ควรมาตรวจภายใน เมื่อมีอาการผิดปกติ เช่น เลือดออกผิดปกติทางช่องคลอด ตาขาวปิดปกติ ปวดท้องน้อย คลำได้ก้อนบริเวณท้องน้อย หรือผื่น ตุ่มฝีหนองบริเวณอวัยวะเพศภายนอก ไม่มีอาการผิดปกติ แต่ต้องตรวจคัดกรองประจำปี ซึ่งนิยมทำร่วมกับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก การซักประวัติก่อนตรวจภายใน แพทย์จำเป็นต้องซักประวัติอย่างละเอียด ประวัติพื้นฐาน เช่น โรคประจำตัว การผ่าตัด การตั้งครรภ์และการคลอด รวมไปถึงประวัติที่ค่อนข้างเป็นส่วนตัว เช่น เคยมีเพศสัมพันธ์หรือไม่ มีเพศสัมพันธ์แล้วเจ็บหรือไม่ การคุมกำเนิดด้วยวิธีอะไร ทั้งนี้คุณสภาพสตรีไม่ต้องอายที่จะตอบคำถามเหล่านี้นะคะ ทุกคำถามนั้นล้วนแต่มีประโยชน์ต่อการวินิจฉัยโรค และช่วยในการรักษาต่อไปค่ะ   ขั้นตอนในการตรวจภายใน คนไข้เปลี่ยนชุดเป็นผ้านุ่งที่เตรียมไว้ให้ และถอดกางเกงชั้นในทั้งหมด ระหว่างนี้คนไข้สามารถปัสสาวะได้ พยาบาลจะแนะนำให้ขึ้นนอนบนเตียงที่มีขาหยั่ง […]

วัคซีนสำหรับเด็ก

วัยเด็กตั้งแต่แรกเกิดจนถึงวัยรุ่น ถือเป็นช่วงเวลาแห่งการเริ่มต้นนะคะ  การปูพื้นฐานของสุขภาพและภูมิคุ้มกันที่ดีจึงเป็นสิ่งสำคัญ และการ “ฉีดวัคซีน” ก็คือขั้นตอนที่จำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้ปกครองของเด็ก ๆ ทุกคนควรใส่ใจค่ะ  วันนี้ ศิริราช-กาญจนา มีข้อมูลดี ๆ เกี่ยวกับการฉีดวัคซีนสำหรับเด็กมาแนะนำกัน ผู้ปกครองอย่าลืมวางแผน จัดสรรเวลา พาลูกหลานที่คุณรักไปรับวัคซีนกันให้ครบถ้วนนะคะ 

ทดสอบว่าเชื้อโควิดลงปอดหรือไม่

ภาวะเชื้อไวรัสลงปอด ถือเป็นปัญหาน่ากังวลของโรค COVID-19 สำหรับผู้ป่วยที่กำลังรักษาตัวที่บ้าน หรืออยู่ในระหว่างการรอเตียงจากสถานพยาบาล การสังเกตตัวเองเป็นสิ่งสำคัญมาก ๆ นะคะ หากมีอาการเหนื่อยง่ายผิดปกติ ให้ตั้งข้อสงสัยไว้ก่อนเลยว่า เชื้อไวรัสอาจลงปอดแล้ว วันนี้ ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก มีข้อแนะนำเกี่ยวกับวิธีสังเกตอาการตัวเองอย่างง่าย ๆ และการปฏิบัติตัวหากสงสัยว่าเชื้อเริ่มลงปอด เพื่อประคับประคองอาการได้อย่างปลอดภัยก่อนถึงมือแพทย์ค่ะ ลองมาทดสอบตัวเองเบื้องต้นกันก่อนนะคะ ว่ามีความเสี่ยงที่เชื้อจะลงปอดหรือไม่ เลือกวิธีใดวิธีหนึ่งเลยค่ะ ทำง่าย ๆ ในห้องนอนของตัวเองได้เลย หากรู้สึกเหนื่อยผิดปกติ หมายความว่าเชื้อไวรัสอาจลงปอดได้ค่ะ หากค่อนข้างแน่ใจว่าเชื้ออาจลงปอดแล้ว ให้รีบแจ้งสถานพยาบาล และจัดท่านอนในระหว่างรอเตียงในลักษณะดังนี้ค่ะ แนะนำว่าควรทานอาหารตามปกติ แม้อาจจะรู้สึกไม่ค่อยอยากทาน และอย่าลืมดื่มน้ำให้เพียงพอในแต่ละวันด้วยค่ะ สำหรับผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวและต้องกินยาต่าง ๆ อาจต้องสังเกตอาการตัวเองมากขึ้น และงดยาบางชนิด ทั้งนี้ อาจปรึกษาแพทย์ที่ดูแลเพิ่มเติมได้นะคะ ในภาวะออกซิเจนต่ำ หากปวดท้อง ต้องการถ่ายหนัก ห้ามเข้าห้องน้ำโดยลำพังและล็อกประตูเด็ดขาดนะคะ เพราะอาจเกิดภาวะหน้ามืดเป็นลมได้ ปลอดภัยที่สุดคือเตรียมอุปกรณ์ขับถ่ายไว้ใกล้ตัว อาจรู้สึกแปลก ๆ หน่อย แต่ช่วยให้ปลอดภัยขึ้นค่ะ    

อาหารรักษ์หัวใจ

อาหาร “รักษ์” หัวใจ ในปัจจุบันความชุกของโรคไม่ติดต่อเรื้อรังมีเพิ่มมากขึ้นทุกปี ไม่ว่าจะเป็น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ภาวะไขมันในเลือดผิดปกติ ฯลฯ ซึ่งโรคไม่ติดต่อเรื้อรังเหล่านี้เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่อาจทำให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด ดังนั้น การรับประทานอาหารเพื่อรักษาสุขภาพเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งบทความนี้จะแนะนำให้รู้จักกับอาหารเมดิเตอร์เรเนียน (Mediterranean Diet) โดยมีงานวิจัยชี้ว่ามีส่วนช่วยลดการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดได้ “Mediterranean Diet” คือการกินอาหารแบบผู้คนที่อาศัยอยู่ในแถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เช่น กรีซ อิตาลีตอนใต้ และสเปน เป็นต้น ซึ่งเน้นหลักการสำคัญ 9 ประการ และนำมาปรับใช้กับอาหารของคนไทยได้ดังนี้   เน้นธัญพืชต่างๆ (High wholegrain) รับประทานธัญพืช ข้าวแป้งที่ไม่ผ่านการขัดสี เช่น ข้าวกล้อง ข้าวซ้อมมือขนมปังโฮลวีต เมล็ดงา และถั่ว เป็นต้น เน้นถั่วต่างๆ (High legumes/nuts) เพิ่มการบริโภคถั่วให้มากขึ้น สามารถหุงผสมข้าวรับประทานเป็นมื้อหลัก หรือกินเป็นของกินเล่น เน้นผัก (High vegetables) เพิ่มความหลากหลายของผักในมื้ออาหาร อย่างน้อย 5 สี ควรมีสัดส่วนของผักประมาณครึ่งหนึ่งของจานในแต่ละมื้อ เน้นผลไม้ […]

จัดการขยะติดเชื้ออย่างไรให้ปลอดภัยจากผู้อื่น

อีกหนึ่งเรื่องที่สำคัญมากในช่วงเวลานี้ คือการทิ้งขยะ  โดยเฉพาะขยะติดเชื้อจากสารคัดหลั่งต่าง ๆ เช่น น้ำมูก เสมหะ น้ำลาย หรือเลือด ไม่สามารถทิ้งรวมกับขยะทั่วไปได้ จึงไม่ควรละเลยอย่างเด็ดขาด เพราะจะเพิ่มความเสี่ยงในการแพร่เชื้อต่อเจ้าหน้าที่จัดการขยะ ซึ่งขยะติดเชื้อจะต้องได้รับการกำจัดอย่างถูกวิธีค่ะ สำหรับผู้ป่วย COVID-19 ที่รักษาตัวแบบ Home isolation  ควรเคร่งครัดกับการทิ้งขยะที่ต้องแยกประเภทชัดเจน ใส่ถุงปิดปากให้มิดชิด และติดป้ายทำสัญลักษณ์บนถุงทุกครั้ง เพื่อความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมที่ดีด้วยค่ะ 

นอนดึก เสี่ยงทำให้อ้วน

ความอ้วน นอกจากจะเป็นผลมาจากการกินไม่เหมาะสมหรือเพราะโรคบางโรคแล้ว การนอนดึกก็ทำให้เสี่ยงอ้วน ได้เหมือนกันนะคะ ฉะนั้นเราควรนอนให้เร็วขึ้นและพักผ่อนให้เพียงพอ ด้วยความห่วงใยจากเรา ศิริราช-กาญจนา

สิ่งจำเป็นขาดไม่ได้ของผู้ป่วย COVID-19 ที่รักษาตัวที่บ้าน

การรักษาตัวที่บ้าน หรือ Home isolation  นอกจากต้องระมัดระวังสูงสุดในทุกขั้นตอนแล้ว สิ่งของและอุปกรณ์จำเป็นต่าง ๆ ที่ต้องเตรียมให้พร้อมเสมอก็สำคัญมากเช่นกันค่ะ เพื่อเป็นการป้องกันการแพร่เชื้อ ช่วยประเมินอาการและความเสี่ยงในระหว่างรักษาตัว หรือระหว่างรอเตียง ก่อนอื่น อย่าลืมแยกสิ่งของและของใช้ส่วนตัวทั้งหมดนะคะ เพื่อให้การรักษาตัวที่บ้านเป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัยค่ะ 

ใช้ห้องน้ำร่วมกันอย่างเคร่งครัด ป้องกันการแพร่เชื้อ COVID-19 ในบ้าน

การทำ Home isolation จำเป็นต้องระมัดระวังสูงสุดในทุกขั้นตอนนะคะ  เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อภายในครอบครัว โดยเฉพาะบ้านที่มีผู้ป่วยโควิดอาศัยอยู่ร่วมกับผู้ที่ยังไม่ติดเชื้อ และมีความจำเป็นต้องใช้ห้องน้ำร่วมกัน  ตรงนี้ถือเป็นจุดเสี่ยงสูงสุดที่ต้องระมัดระวังและป้องกันอย่างเข้มงวด เพื่อให้การอยู่ร่วมกันระหว่างรักษาตัวเป็นไปอย่างปลอดภัยที่สุดค่ะ

การฝึกหายใจและขับเสมหะ

โรค COVID-19 ส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจโดยตรง ดังนั้นผู้ที่มีภาวะการติดเชื้อทางเดินหายใจและปอด ควรได้รับการรักษาทางกายภาพบำบัด โดยฝึกหายใจอย่างเหมาะสมควบคู่กันไปด้วยค่ะ เพื่อช่วยป้องกัน และบรรเทาภาวะการหายใจลำบาก และยังช่วยเรื่องการระบายเสมหะได้ดีขึ้นด้วย และนี่คือวิธีง่าย ๆ เบื้องต้นในการฝึกหายใจ สำหรับผู้ป่วยกลุ่มอาการสีเขียวที่อยู่ระหว่างการรักษาแบบ Home isolation เพื่อช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ ได้ค่ะ โดยวิธีนี้สามารถทำได้ทุกคน ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ป่วยเท่านั้นนะคะ การฝึกหายใจ • ฝึกควบคุมลมหายใจเข้า-ออก (Breathing control) โดยสูดลมหายใจเข้าทางจมูก และเป่าออกทางปาก สลับกันช้าๆ • ฝึกหายใจโดยใช้กล้ามเนื้อกระบังลม (Deep breathing exercise) วางมือตรงหน้าท้องและหน้าอก หายใจเข้าทางจมูกให้ท้องป่อง เป่าลมออกทางปากท้องยุบ >ทำ 5 ครั้งต่อรอบ วันละ 3-4 ครั้ง การฝึกหายใจร่วมกับเพิ่มความเคลื่อนไหวของทรวงอก (Chest Trunk Mobilization) • ท่าที่ 1 ไขว้มือข้างหน้า สูดหายใจเข้าพร้อมกางแขนออกและยกแขนขึ้น หายใจออก แล้วค่อย ๆ เป่าลมออกทางปาก […]

โภชนาการสำหรับคุณแม่ให้นมบุตร

โภชนาการสำหรับคุณแม่ให้นมบุตร การให้นมลูกเป็นสิ่งที่สำคัญ หน้าที่ของแม่นอกจากจะอุ้มท้องลูกถึง 9 เดือนแล้ว เมื่อลูกออกมาลืมตาดูโลก แม่ก็ยังคงดำเนินหน้าที่อยู่อย่างต่อเนื่อง นั่นก็คือ “การให้นม” น้ำนมบริสุทธิ์ที่เต็มไปด้วยสายใยรักและสารอาหารที่คุณค่าสำหรับลูก ซึ่งรู้หรือไม่ว่า การที่คุณแม่จะผลิตน้ำนมที่ทรงคุณค่านี้ได้ ร่างกายของแม่ต้องพร้อมทั้งด้านสุขภาพกายและสุขภาพใจ ดังนั้นภาวะโภชนาการของแม่เป็นสิ่งสำคัญ คุณแม่หลายคนที่มีความกังวลกับการให้นมลูก และการกินอาหารของตัวเอง เพราะแน่นอนว่าอาหารที่กินเข้าไปมีผลต่อน้ำนมที่ลูกกิน เนื่องจากถ้าแม่มีโภชนาการที่ดี ลูกน้อยก็จะแข็งแรง สมบูรณ์ ดื่มนมจากอกของแม่ อาหารที่ดีของลูก เริ่มต้นที่น้ำนมของแม่ ดังนั้นเนื่องด้วยเดือนสิงหาคมของทุกปี เปรียบเสมือนเป็นเดือนของแม่ ทางงานโภชนาการ ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล จึงมีแนวทางกินอย่างไรให้น้ำนมแม่มีคุณภาพและมีปริมารที่เพียงพอกับความต้องการของลูกมาฝากคุณผู้อ่านกันดังนี้ ช่วงหลังคลอดคุณแม่ต้องการสารอาหารมากกว่าตอนตั้งครรภ์ เพราะต้องใช้สำหรับผลิตน้ำนม  จึงควรกินอาหารให้ครบถ้วนทั้ง  5 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มข้าวแป้ง วันละ 10-12 ทัพพี  กลุ่มผัก วันละ 6 ทัพพี  กลุ่มผลไม้ วันละ 6 ส่วน   กลุ่มเนื้อสัตว์ 12-14 ช้อนกินข้าว และกลุ่มนม วันละ 2-3 แก้ว […]

อาหารแบบไหนเหมาะกับผู้ป่วย COVID-19 กรณี Home Isolation

การเลือกกินอาหารคือสิ่งสำคัญที่มีผลต่อสุขภาพโดยตรงค่ะ โดยเฉพาะผู้ป่วย COVID-19 ยิ่งต้องดูแลตัวเองเป็นพิเศษ สำหรับผู้ป่วยที่รักษาตัวโดยการทำ Home Isolation ที่บ้าน ญาติและผู้ที่อาศัยอยู่บ้านเดียวกับผู้ป่วย อาจต้องเลือกสรรอาหารที่มีประโยชน์ สะอาด และปลอดภัยมากขึ้นกว่าเดิม เพื่อให้การรักษาตัวเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และกลับมาแข็งแรงได้โดยเร็วค่ะ

ตอบข้อสงสัย COVID-19 ในผู้ป่วยเด็ก

ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัส COVID-19 ส่วนใหญ่จะพบในผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ แต่เด็กก็สามารถติด COVID-19 ด้วยเช่นกัน พ่อแม่ผู้ปกครองหลายท่านคงมีความกังวลเป็นอย่างมากเมื่อลูกน้อยติด COVID-19 ทางศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษกจึงขอตอบข้อสงสัยเมื่อลูกน้อย ติด COVID-19 เพื่อให้ผู้ปกครองดูแลลูกน้อยของท่านให้ปลอดภัยต่อไปค่ะ

การอยู่ร่วมกับผู้ป่วย COVID-19 ที่ทำ Home isolation ที่บ้าน

การสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง สำหรับผู้ที่ต้องอยู่ร่วมกับผู้ป่วย COVID-19 ที่ทำ Home isolation ที่บ้านนั้น เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในเวลานี้ ศิริราช-กาญจนาจึงขอมาเน้นย้ำกับ “ข้อห้าม” ต่าง ๆ ที่สำคัญและต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยของตนเองและครอบครัวค่ะ  

รักษาตัวแบบ Home Isolation ว่าด้วยเรื่องบ้านและสิ่งที่ต้องทำ

การดูแลรักษาผู้ป่วย COVID-19 ที่บ้าน หรือ Home isolation คือแนวทางสำคัญที่จะช่วยแบ่งเบาสถานการณ์เรื่องเตียงผู้ป่วยที่ไม่เพียงพออยู่ในตอนนี้ค่ะ ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษกขอเน้นย้ำอีกครั้ง เกี่ยวกับลักษณะที่อยู่อาศัย และการปฏิบัติตัวของผู้ที่สามารถทำ Home isolation ได้ รวมถึงผู้ที่อาศัยอยู่ร่วมกัน เพื่อให้การรักษาตัวที่บ้านเป็นไปอย่างราบรื่น ปลอดภัยต่อตนเองและคนรอบข้างมากที่สุดค่ะ  

เงื่อนไขสำคัญของผู้ที่สามารถทำ Home Isolation (แยกรักษาตัวที่บ้าน)

การดูแลรักษาผู้ป่วย COVID-19 ที่บ้าน หรือ Home isolation กำลังเป็นแนวทางสำคัญที่จะช่วยแบ่งเบาสถานการณ์เรื่องเตียงผู้ป่วยที่ไม่เพียงพอ และการรักษาที่กำลังเข้าขั้นวิกฤต โดยเหมาะสำหรับผู้ป่วย COVID-19 ที่ไม่มีอาการ หรือมีอาการเล็กน้อย การแยกรักษาตัวที่บ้านสำหรับผู้ป่วย COVID-19 มีเงื่อนไขสำคัญดังนี้ค่ะ ก่อนอื่น ขอเน้นย้ำเกี่ยวกับ Home isolation กันอีกครั้งนะคะ มาที่เงื่อนไขของผู้ที่สามารถทำ Home isolation ค่ะ ประกอบด้วย 1. ต้องมีอายุน้อยกว่า 60 ปี 2. เป็นผู้ติดเชื้อ COVID-19 ที่ไม่มีอาการ หรือมีอาการน้อย เช่น มีไข้ ไอ เจ็บคอ 3. สุขภาพโดยรวมแข็งแรง ม่มีโรคประจำตัว เช่น โรคไตวายเรื้อรัง โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคเบาหวาน และโรคอื่นตามดุลยพินิจของแพทย์ 4. ต้องไม่มีภาวะอ้วนหรือน้ำหนักตัวมากเกิน 90 กิโลกรัม 5. พักอาศัยคนเดียวที่บ้าน หรือมีที่พักอาศัยที่มีห้องแยกเพื่ออยู่คนเดียวได้ กรณีผู้ป่วยเด็ก ควรมีผู้ปกครองอย่างน้อย […]

Work from Bed

หลาย ๆ ท่านคงกำลัง Work From Home มุมโปรดของบางท่าน อาจจะอยู่บนที่นอน วันนี้เราจะมาให้ความรู้เกี่ยวกับผลเสียของการทำงานบนเตียง (Work from Bed) กันนะคะ ด้วยความห่วงใยจากเราศิริราช-กาญจนา  

คำแนะนำการปฏิบัติการแยกตัวที่บ้าน (Home Isolation) สำหรับผู้ป่วยโควิด-19 (COVID-19)

    คำแนะนำการปฏิบัติการแยกตัวที่บ้าน (Home Isolation) สำหรับผู้ป่วยโควิด-19 (COVID-19)     คำแนะนำในการสังเกตอาการตนเอง – ให้สังเกตอาการตนเองวัดอุณหภูมิและ oxygen saturation  ทุกวัน – หากมีอาการแย่ลง คือมีอาการอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้เช่นหอบเหนื่อยไข้สูงลอยไม่สามารถปฏิบัติกิจกรรมในชีวิตประจำวันได้ให้รีบโทรติดต่อโรงพยาบาลที่ท่านรักษาอยู่ – เมื่อจะต้องเดินทางไป โรงพยาบาลให้ใช้รถยนต์ส่วนตัวหรือรถที่โรงพยาบาลมารับไม่ใช้รถสาธารณะให้ทุกคนในรถใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลาที่เดินทางหากมีผู้ร่วมยานพาหนะมาด้วยให้เปิดหน้าต่างรถเพื่อเพิ่มการระบายอากาศ   โรคโควิด-19 เกิดจากการติดเชื้อไวรัสในตระกูลโคโรนาไวรัส สามารถติดต่อจากคนสู่คนได้โดยการหายใจเอาละอองฝอยน้ำมูก น้ำลายของผู้ที่ติดเชื้อเข้าไปจากการ ไอ จาม และพูดคุยกัน เชื้อยังสามารถเข้าสู่ร่างกายทางปาก จมูก และตา ผ่านมือที่ปนเปื้อนเชื้อจากการสัมผัสพื้นผิวต่างๆ ในสิ่งแวดล้อมที่มีเชื้ออยู่ ดังนั้นผู้ที่เป็นโควิด-19 ที่ไม่ได้อยู่ในโรงพยาบาลจึงจำเป็นต้องแยกตัวเองจากผู้อื่นขณะอยู่ที่บ้านเป็นเวลาอย่างน้อย 14 วันนับตั้งแต่วันที่เริ่มป่วย เพื่อลดการแพร่เชื้อให้ผู้อื่นหลังจากนั้นอาจไม่ต้องแยกตัวเองแต่ แนะนำให้สวมหน้ากากอนามัยและระมัดระวังสุขอนามัย ส่วนบุคคลเป็นพิเศษต่อจนครบ 1 เดือน   ผู้ป่วยโควิด-19 ส่วนใหญ่มีอาการไม่รุนแรงอาจไม่จำเป็นต้องได้รับการดูแลรักษาที่โรงพยาบาลหรืออยู่โรงพยาบาลเพียงระยะสั้นๆ แล้วไปพักฟื้นต่อที่บ้านหรือสถานพักฟื้น ซึ่งผู้ป่วยที่มีอาการน้อยส่วนใหญ่จะค่อยๆ ดีขึ้นจนหายสนิท อย่างไรก็ตามในช่วงปลายสัปดาห์แรก ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการมากขึ้นได้ ผู้ป่วยควรสังเกตอาการตนเองเมื่อไม่แน่ใจสามารถโทรศัพท์ปรึกษาหรือเข้าไปรับการตรวจประเมินได้โดยติดต่อไปยังโรงพยาบาลก่อนจะทำให้ได้รับการดูแลรักษาที่เหมาะสมได้   ลักษณะของบ้านพักอาศัยที่เหมาะสม “บ้านหรือที่พักอาศัยของผู้เป็นโควิด-19 […]

คำแนะนำการปฏิบัติระหว่างการแยกกักตัว 14 วัน เพื่อสังเกตอาการที่บ้าน (Home Quarantine) สำหรับผู้สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยยืนยัน โควิด-19

คำแนะนำการปฏิบัติระหว่างการแยกกักตัว 14 วัน เพื่อสังเกตอาการที่บ้าน (Home Quarantine) สำหรับผู้สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยยืนยัน โควิด-19   โรคโควิด-19 (COVID-19) เกิดจากการติดเชื้อไวรัสในตระกูลโคโรนาไวรัส สามารถติดต่อจากคนสู่คนได้โดยการหายใจเอาละอองฝอยน้ำมูก น้ำลาย ของผู้ที่ติดเชื้อเข้าไปจากการไอ จาม และพูดคุยกัน เชื้อยังสามารถเข้าสู่ร่างกายทางปาก จมูก และตา ผ่านมือที่ปนเปื้อนเชื้อจากการสัมผัสพื้นผิวต่าง ๆ ในสิ่งแวดล้อมที่มีเชื้ออยู่   ผู้ที่ติดเชื้อนี้อาจมีอาการป่วยหรือไม่มีอาการก็ได้ แต่สามารถแพร่กระจายเชื้อให้ผู้อื่นได้ อาการของโรค โควิด-19 มีตั้งแต่อาการเล็กน้อยจนถึงอาการรุนแรง และเสียชีวิตได้อาการที่พบได้บ่อย เช่น ไข้น้ำมูก ไอ เจ็บคอ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตัว จมูกไม่ได้กลิ่น การรับรสเปลี่ยนไป หายใจหอบเหนื่อย เป็นต้น   ผู้ที่เสี่ยงต่อการเป็นโรครุนแรง ได้แก่ ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีโรคเบาหวาน โรคปอดเรื้อรัง โรคอ้วน โรคมะเร็งโรคไตเรื้อรัง กลุ่มอาการดาวน์ โรคธาลัสซีเมีย ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง เป็นต้น ระยะฟักตัวของโรค (ระยะเวลาหลังจากที่รับเชื้อแล้วแสดงอาการหรือตรวจพบเชื้อ) ประมาณ […]

ทำบุญเข้าพรรษายุคใหม่ ตักบาตรด้วยใจ สงฆ์ไทยไกลโรค

ทำบุญเข้าพรรษายุคใหม่ ตักบาตรด้วยใจ สงฆ์ไทยไกลโรค   ใกล้ถึงช่วงเข้าพรรษาแล้ว ชาวพุทธหลายท่านคงเตรียมข้าวของ จัดสำรับอาหารไปทำบุญ ตักบาตร หรือปฏิบัติธรรมที่วัด ซึ่งวันเข้าพรรษาถือเป็นวันสำคัญในพุทธศาสนาที่พระสงฆ์อธิษฐานว่าจะพักประจำอยู่ ณ ที่ใดที่หนึ่ง ตลอดระยะเวลาฤดูฝนที่มีกำหนดเป็นระยะเวลา 3 เดือน ตามที่พระธรรมวินัยบัญญัติไว้ โดยไม่ไปค้างแรมที่อื่น หรือที่เรียกกันติดปากโดยทั่วไปว่า “จำพรรษา”  เริ่มนับตั้งแต่วันแรม 1 ค่ำ เดือน 8 ของทุกปี และสิ้นสุดลงในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 หรือวันออกพรรษา สำหรับกิจกรรมทางศาสนาที่นิยมปฏิบัติ คือ ไปทำบุญตักบาตร ฟังพระธรรมเทศนา เจริญสมาธิภาวนา ถือศีลและการถวายผ้าอาบน้ำฝน ซึ่งการทำบุญ ตักบาตรสำหรับชาวพุทธในวันสำคัญเช่นนี้ เชื่อว่าทุกคนมีความตั้งใจที่จะจัดเตรียมอาหารคาว อาหารหวานอย่างประณีต เพื่อถวายแด่พระสงฆ์ แต่อาหารที่เรานำไปถวายนั้นควรใส่ใจในเรื่องของการเลือกอาหารที่ถูกหลักโภชนาการ และดีต่อสุขภาพของพระสงฆ์ ซึ่งส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะวิถีชีวิต สภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป ทำให้หลายคนเลือกซื้ออาหารปรุงสำเร็จ แทนการประกอบอาหารด้วยตัวเอง การเตรียมอาหารใส่บาตรถวายพระสงฆ์นั้น สิ่งที่ต้องคำนึงถึงเป็นอันดับแรก นั่นคือ คุณค่าทางโภชนาการ ซึ่งงานโภชนาการ ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล […]

ดื่มนมชื่นใจ ร่างกายแข็งแรง

         วันที่ 1  มิถุนายน ของทุกปี องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (The Food and Agriculture Organization หรือ FAO ) กำหนดให้เป็นวันดื่มนมโลก (World Milk Day) เพื่อให้ผู้คนตระหนักและรณรงค์ในการบริโภคนมให้มากขึ้น ซึ่ง “นม” ถือเป็นเครื่องดื่มที่เหมาะกับทุกเพศทุกวัย อุดมไปด้วยสารอาหารอย่างครบถ้วน ได้แก่ คาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน วิตามินและเกลือแร่ โดยเฉพาะแคลเซียม ซึ่งมีความสำคัญมากในการเสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง ร่างกายสามารถดูดซึมแคลเซียมจากการดื่มนมให้ร่างกายนำไปใช้ได้ดีกว่าการบริโภคแคลเซียมจากอาหารชนิดอื่น ๆ เนื่องในวันดื่มนมโลก งานโภชนาการ ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล จึงมีแนวทางการเลือกซื้อและการเก็บรักษานมให้มีคุณภาพพร้อมดื่มตามอายุของนมแต่ละประเภทมาฝากผู้อ่านกันดังนี้   วิธีเลือกซื้อนม กำหนดวัตถุประสงค์และความต้องการในการดื่มนมโดยเลือกรสชาติที่ชอบและอ่านฉลากโภชนาการ ได้แก่ พลังงานและสารอาหารที่มีอยู่ในบรรจุภัณฑ์ ตรวจสอบผลิตภัณฑ์นม โดยสังเกตข้อมูลบรรจุภัณฑ์ต้องมีครบถ้วน ได้แก่ ชื่ออาหาร ชื่อที่ตั้งผู้ผลิต ผู้แบ่งบรรจุ  ปริมาณสุทธิ ส่วนประกอบ วันเดือนปีที่ผลิต […]

คุมความดันเลือดให้อยู่หมัดด้วย DASH Diet

DASH Diet (Dietary Approaches to Stop Hypertension Diet) คือ แนวทางการบริโภคอาหารเพื่อหยุดความดันโลหิตสูง หลักการสำคัญให้ลดการบริโภคอาหารที่มีเกลือโซเดียม ไขมันอิ่มตัว ไขมันรวมและคอเรสเตอรอลลง และเพิ่มการรับประทานใยอาหาร โปรตีน แคลเซียมและแร่ธาตุต่างๆ เช่น โปแตสเซียมและแมกนีเซียม รวมถึงปริมาณสารไนเตรทที่มีผลการศึกษาถึงการลดความดันโลหิตสูงได้   สัดส่วนอาหารอาหารตามหลัก DASH Diet พลังงานไม่เกิน 2,000 กิโลแคลอรีต่อวัน โดยปรับบริบทสำหรับคนไทย ดังนี้ ข้าว แป้งและธัญพืชต่างๆที่ไม่ขัดสี 6-8 ส่วนบริโภคต่อวัน(หรือประมาณ 6-8 ทัพพีต่อวัน) เพื่อเพิ่มการรับประทานใยอาหารที่ช่วยการขับถ่ายและลดความเสี่ยงโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ผักหลากหลายชนิด อย่างน้อย 5 สี 4-5 ส่วนบริโภคต่อวัน(หรือประมาณ 4-5 ทัพพีต่อวัน) ผลไม้ 4-5 ส่วนบริโภคต่อวัน( 1 ส่วนของผลไม้มีขนาดไม่เท่ากัน แบ่งตามขนาด ดังนี้ ผลไม้ลูกเท่ากำปั้น 1 ลูก คือ 1 ส่วน […]

อาหารที่เหมาะสมในแต่ละช่วงวัย

อาหารที่เหมาะสมในแต่ละช่วงวัย     วัยทารก แรกเกิด – 6 เดือน นมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับวัยนี้ เพราะนมแม่มีสารอาหารที่ทารกต้องการอย่างครบถ้วน แต่ถ้าอายุครบ 6 เดือน เข้าสู้ช่วงหย่านม อาจเริ่มให้อาหารบดทีละชนิดเพื่อให้รู้จักการบดเคี้ยว ติดตามดูอาการแพ้ของอาหารชนิดต่างๆ ไม่ควรเติมเกลือ น้ำตาลและสารปรุงรสเพื่อไม่ให้เด็กติดหวานและเค็ม สามารถให้นมแม่หรือนมผงสำหรับเด็กทารกไปพร้อมกับการให้อาหารอื่นๆได้   วัยเด็ก เด็กวัยก่อนเรียน อายุ 1-5 ปี ยังไม่สามารถรับประทานอาหารได้เยอะมากนัก ควรป้อนอาหารเป็นมื้อเล็กๆ และของว่างที่มีประโยชน์ ฝึกให้เด็กกินผักโดยอาจจะหั่นเป็นชิ้นเล็กสอดแทรกลงไปในอาหารให้มีสีสันสวยงาม น่ารับประทาน ฝึกให้เด็กหยิบจับอาหารด้วยตัวเอง เด็กวัยเรียน อายุ 6 – 12 ปี ควรให้ความสำคัญกับอาหารเช้า รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ วัยนี้มักจะเลือกอาหารที่เข้าถึงได้ง่ายที่มีขายอยู่ทั้งในและนอกโรงเรียน หรือใกล้ที่พักอาศัย ควรมีการให้ความรู้ทางโภชนาการและปลูกฝังพฤติกรรมทการบริโภคอาหารที่เหมาะสม ควรให้เด็กได้บริโภคนมและผลิตภัณฑ์จากนมเพื่อให้ได้รับโปรตีนและแคลเซียม นำไปใช้ในการเจริญเติบโตของร่างกาย เสริมสร้างกระดูกและฟัน ซึ่งนมที่เหมาะสมสำหรับเด็ก คือ นมครบส่วน หรือนมไขมันเต็มเพราะให้พลังงานที่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย แต่ควรเป็นนมรสจืดที่ไม่ปรุงรส   วัยรุ่น วัยนี้สามารถรับประทานอาหารได้มาก […]

ต้อหิน…ภัยเงียบที่น่ากลัว

ต้อหินเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดการสูญเสียการมองเห็นถาวรที่พบได้มากที่สุด มีคนไทยมากกว่า2ล้านคนเป็นต้อหิน และกว่า76ล้านคนทั่วโลกในปี2020 อาการ โดยส่วนใหญ่ในเบื้องต้นผู้ป่วยมักจะไม่มีอาการแสดงใดๆจึงทำให้ไม่ทราบว่าตนเองเป็นต้อหิน การตรวจพบได้ใน ระยะนี้จึงมักจะเป็นการตรวจพบโดยบังเอิญ จากนั้นการมองเห็นจะเริ่มแคบลงเรื่อยๆ จนกระทั่งมีอาการตามัวซึ่งเป็นการที่พบ ได้ในระยะท้ายของโรค และหากไม่ได้รับการรักษาก็จะทำให้ตาบอดได้ในที่สุด ยกเว้นในรายที่เป็นต้อหินมุมปิดเฉียบพลัน จะมี อาการปวดตาอย่างรุนแรง ปวดศีรษะ ตามัว ตาแดง สู้แสงไม่ได้ น้ำตาไหล ซึ่งถือเป็นภาวะเร่งด่วนที่ต้องพบจักษุแพทย์ ที่มา : ชมรมต้อหินแห่งประเทศไทย สาเหตุ ต้อหินเกิดจากการความผิดปกติของการไหลเวียนของน้ำหล่อเลี้ยงลูกตา อาจจะเกิดได้จากการสร้างน้ำที่มากขึ้น หรือมีการขับออกของน้ำน้อยกว่าปกติ เมื่อมีน้ำขังมากขึ้นก็ทำให้ความดันตาสูงขึ้น จึงเกิดการทำลายเซลล์ในขั้วประสาทตา โดยทั่วไปค่าความดันตาปกติจะอยู่ที่5-22มิลลิเมตรปรอท หากพบความดันตาสูงกว่า22มิลลิเมตรปรอท จะถือว่ามีความดันตาสูง และเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดต้อหิน *ที่มา: https://www.specialtyeyecarecentre.com/glaucoma-seattle/   ประเภท แบ่งตามลักษณะมุมตา ได้แก่ ต้อหินชนิดมุมตาปิด และต้อหินชนิดมุมตาเปิด แบ่งตามสาเหตุ ได้แก่ ต้อหินชนิดปฐมภูมิที่ไม่มีสาเหตุชัดเจน และ ต้อหินชนิดทุติยภูมิที่มีสาเหตุจากดรคตาอื่นๆเช่น เคยเกิดอุบัติเหตุเกี่ยวกับดวงตา, การอักเสบในลูกตา, ต้อกระจก, เบาหวานขึ้นตา เป็นต้น แบ่งตามระยะการเกิดโรด ได้แก่ ต้อหินเฉียบพลัน และต้อหินเรื้อรัง […]

ปวดหลังผ่าตัด จัดการได้ ง่ายนิดเดียว

ปวดหลังผ่าตัด จัดการได้ ง่ายนิดเดียว   เมื่อนึกถึงการผ่าตัด สิ่งแรกที่ผู้ป่วยมักนึกถึงเป็นอย่างแรกคือ “ความเจ็บปวด” ภายหลังการผ่าตัด ผู้ป่วยบางท่านถึงกับกล่าวไว้ว่า “ตายได้ แต่ขอไม่ปวด” แต่ท่านทราบหรือไม่ว่า อาการปวดภายหลังผ่าตัดนั้นสามารถจัดการได้ตั้งแต่ก่อนผ่าตัด ความรู้ด้านการบริหารความปวดก่อนการผ่าตัด เป็นองค์ประกอบสำคัญในการจัดการความปวดภายหลังการผ่าตัดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ผู้ป่วยลดความทรมาน เพิ่มประสิทธิภาพการนอนพักผ่อนที่ดีขึ้น และสามารถลดโรคแทรกซ้อนต่างๆได้ เช่น โรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน โรคปอดติดเชื้อ ลดระยะเวลาการนอนโรงพยาบาลได้ ข้อมูลดังที่จะกล่าวต่อไปนี้ ผู้ป่วยเองมีส่วนสำคัญที่จะช่วยลดระดับความปวดภายหลังการผ่าตัดได้เป็นอย่างมาก ท่านควรแจ้งประวัติโรคประจำตัวที่เกี่ยวข้องกับอาการปวดเรื้อรัง ยาที่ใช้เป็นประจำ โดยเฉพาะยาที่สามารถทำปฏิกิริยากับยาแก้ปวดได้เช่น สารสกัดจากกัญชา เป็นต้น  ประสบการณ์การเจ็บปวดการผ่าตัดก่อนหน้า เป็นข้อมูลที่สำคัญที่วิสัญญีแพทย์จะประเมิน เพื่อเลือกวิธีระงับความรู้สึกเพื่อให้ท่านมีอาการปวดที่น้อยที่สุด   นอกจากนั้นในระยะช่วงก่อนผ่าตัด สิ่งที่สำคัญการก่อนผ่าตัด คือความเข้าใจระดับการปวดภายหลังการผ่าตัด การผ่าตัดแต่ละประเภทมีระดับความปวดที่แตกต่างกันออกไป ตัวอย่างเช่น การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าซึ่งถือว่าเป็นการผ่าตัดที่มีอาการปวดได้มาก ความเข้าใจถึงระดับความปวดของการผ่าตัดแต่ละประเภทมีส่วนสำคัญในการจัดการกับความปวดได้เป็นอย่างดี ในช่วงภายหลังผ่าตัดข้อมูลที่สำคัญที่ท่านสามารถช่วยจัดการการปวดได้คือการอธิบายอาการปวด อันได้แก่การบอกลักษณะ ตำแหน่ง และคะแนนความปวด ลักษณะของอาการปวดมีหลายแบบอันได้แก่ ปวดตื้อๆ ปวดเหมือนไฟฟ้าช๊อต ปวดเหมือนมีดแทงเป็นต้น ลักษณะของอาการปวดและตำแหน่งของอาการปวด สามารถระบุที่มาของรอยโรคที่แตกต่างกัน นอกจากนั้น การให้ระดับคะแนนความปวดเป็นเครื่องมือวัดระดับเพื่อพิจารณาแนวทางการให้ยาระงับปวด การติดตามการรักษาที่สำคัญ โดยเครื่องมือบอกระดับความปวดที่สำคัญคือ การบอกระดับการปวดเป็นตัวเลข […]

วันอ้วนโลก

2:1:1 เลขเด็ด พิชิตพุง รวยสุขภาพ   ในปัจจุบันอาหารสำหรับการลดน้ำหนักนั้นมีหลายประเภท แต่อาหารที่ทำให้การลดน้ำหนักมีประสิทธิภาพ ยั่งยืน และมีสุขภาพดีด้วยนั้น อาจจะต้องเลือกวิธีการรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ถูกต้องตามหลักโภชนาการ มีการออกกำลังกายร่วมกับการพักผ่อนให้เพียงพอ             ในบทความนี้จะพาท่านผู้อ่านไปรู้จักกับสัดส่วนการรับประทานอาหาร “ 2:1:1 เลขเด็ด พิชิตพุง รวยสุขภาพ ”  2:1:1 เป็นการกำหนดปริมาณอาหารที่เหมาะสม โดยการแบ่งสัดส่วนของจาน (เส้นผ่านศูนย์กลางขนาด 9 นิ้ว ) ออกเป็น 4 ส่วน เท่าๆ กัน และแบ่งประเภทอาหารที่จะใส่ลงไปในจาน แบ่งเป็นผัก 2 ส่วน ข้าวหรือแป้ง 1 ส่วน และเนื้อสัตว์ 1 ส่วน ผัก 2 ส่วน– ผักสุกและ/หรือผักสด เลือกรับประทานให้หลากหลายอย่างน้อย 5 สีต่อวัน ควรล้างผักให้สะอาดเพื่อปราศจากไข่และตัวพยาธิ รวมถึงสารเคมีตกค้าง ข้าว/แป้ง 1 […]

Work from homeอย่างไร ให้ห่างไกลOffice syndrome  

Work from homeอย่างไร ให้ห่างไกลOffice syndrome   ปัจจุบันนี้ ออฟฟิศซินโดรม (Office syndrome) เป็นคำที่รู้จักกันแพร่หลายมากขึ้นพบได้บ่อยในวัยทำงาน โดยเฉพาะในช่วงที่มีสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้หลายๆคนต้อง work from home ทำงานผ่านระบบออนไลน์มากขึ้น ต้องนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์, tablet, มือถือ เป็นเวลาหลายชั่วโมงต่อวัน ส่งผลให้พบอาการ เช่น ปวดคอบ่าไหล่ เวียนศีรษะ ปวดข้อมือ เป็นต้น กลุ่มอาการที่เป็นนอกจากจะส่งผลเสียต่อสุขภาพกายแล้ว ยังส่งผลต่อสุขภาพจิตใจจนอาจกระทบต่องานที่ทำได้ด้วย ทำความรู้จัก Office syndrome ออฟฟิศซินโดรม (Office syndrome) คือกลุ่มอาการที่พบได้บ่อยในคนที่นั่งทำงานนานๆ โดยไม่มีการปรับเปลี่ยนท่า ท่านั่งไม่เหมาะสม มีการใช้กล้ามเนื้อในรูปแบบเดิมซ้ำๆ สภาพแวดล้อมไม่เอื้ออำนวยในการทำงาน กลุ่มอาการนี้พบได้ในคนที่นั่งทำงานในออฟฟิศเป็นส่วนใหญ่ แต่ที่จริงพบในคนทั่วไปได้เช่นกันถ้าคนเหล่านั้นมีพฤติกรรมนั่งทำงานดังที่กล่าวมา ภาพแสดงท่าทางการนั่งที่ไม่เหมาะสม: การนั่งหัวไหล่ห่อ หลังค่อม ยื่นศีรษะไปข้างหน้า แขนไม่มีที่พักเพราะระดับความสูงของที่พักแขนไม่เท่ากับความสูงโต๊ะ ส่งผลให้เกิดภาวะเครียดของกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะกล้ามเนื้อคอ บ่า ไหล่ ที่ต้องทำงานหนักมากขึ้น ส่งผลให้เกิดการปวดตามมา อาการที่พบได้บ่อยมีอะไรบ้าง? ปวดคอ […]

เคล็ด (ไม่) ลับ รู้ก่อนใคร ห่างไกลมะเร็ง

เคล็ด (ไม่) ลับ รู้ก่อนใคร ห่างไกลมะเร็ง     โรคมะเร็งเป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่เป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศของไทยโดยที่มีปัจจัยเสี่ยงทั้งจากภายนอกและภายในร่างกาย เช่น สารก่อมะเร็งที่ปนเปื้อนในอาหาร อากาศ เครื่องดื่ม การได้รับรังสี เชื้อไวรัส เชื้อแบคทีเรีย พยาธิบางชนิด ความผิดปกติทางพันธุกรรมของร่างกายและความบกพร่องของระบบภูมิคุ้มกัน เป็นต้น การรักษามะเร็งแต่ละชนิดจะมีวิธีการรักษาที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับอวัยวะที่เกิด ระยะการดำเนินโรค สภาพร่างกายและปัจจัยอื่นๆที่เกี่ยวกับตัวผู้ป่วย อาหารเป็นปัจจัยเสี่ยงอย่างหนึ่งที่พบว่ามีความสัมพันธ์กับการเกิดโรคมะเร็ง โดยเฉพาะอาหารที่มีราสีเขียว – สีเหลืองขึ้น  อาหารที่มีไขมันสูง  อาหารเค็มจัด  ส่วนไหม้เกรียมของอาหารปิ้ง ย่างและรมควัน  อาหารแปรรูป และ/หรือ ถนอมอาหารด้วยเกลือและดินประสิว ดังนั้นการหลีกเลี่ยงการบริโภคอาหารเหล่านี้ก็อาจจะเป็นทางหนึ่งในการลดปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งได้ โดยหลักของการรับประทานอาหารเพื่อต้านมะเร็งหรือลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งนั้น มีดังนี้ รับประทานผักให้หลากสีเพื่อความหลากหลายทางคุณค่าอาหาร รับประทานผลไม้เป็นประจำเพราะมีวิตามิน เกลือแร่และเส้นใยอาหารที่ช่วยเรื่องระบบย่อยอาหารและระบบขับถ่าย รับประทานธัญพืชที่ไม่ผ่านการขัดสีหรือขัดสีให้น้อยที่สุดเพื่อให้คงคุณค่าทางโภชนาการไว้และเส้นใยจากธัญพืชจะช่วยพาสารที่เป็นโทษต่อร่างกายออกไปเพื่อลดความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งทางเดินอาหารและมะเร็งในลำไส้ใหญ่ เพิ่มการใช้เครื่องเทศในอาหารเพื่อให้ได้รับแร่ธาตุ วิตามิน และสารประกอบอื่นๆ ปรุงอาหารให้ถูกวิธี เช่น ไม่ปิ้ง ย่าง อาหารประเภทเนื้อสัตว์จนไหม้เกรียม ไม่รับประทานอาหารสุกๆ ดิบๆโดยเฉพาะปลาน้ำจืดที่มีเกล็ด และไม่ใช้น้ำมันทอดซ้ำหลายๆครั้ง เป็นต้น หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันทั้งจากพืชและจากสัตว์ ลดการบริโภคเนื้อแดงเพราะมีไขมันอิ่มตัวสูง ลดการบริโภคอาหารหมักดองเพราะอาจทำให้ได้รับโซเดียมมากเกินไป ทั้งนี้ […]

โรคอ้วนในเด็ก

“ โรคอ้วนในเด็ก ”                                     “เด็กอ้วน” น่ารัก หรือ น่าห่วง? ผู้ใหญ่หลายคนมักจะคิดว่า “เด็กอ้วน” คือเด็กน่ารัก น่ากอด  แต่หารู้ไม่ว่า การที่พ่อแม่อยากให้เด็กๆอ้วน เป็นความเชื่อที่ผิด เนื่องจากความอ้วนอาจส่งผลเสียต่อตัวเด็กได้ ซึ่งถ้าปล่อยให้เด็กอ้วนต่อไปเรื่อย ๆ ในระยะยาวจะมีปัญหาสุขภาพมากมายตามมา จากการสำรวจพบว่ามีเด็กทั่วโลกเป็นโรคอ้วนเพิ่มมากขึ้นและยังไม่มีแนวโน้มว่าจะลดลง สาเหตุของโรคอ้วนในเด็ก โรคอ้วนในเด็กประกอบด้วยหลายปัจจัย เช่น การบริโภคอาหารที่เปลี่ยนไปในยุคที่มีความทันสมัยขึ้น เต็มไปด้วยอาหารเร่งด่วน หวาน มัน เค็ม และมีพลังงานสูง รวมถึงกิจกรรมทางกายและการออกกำลังกายที่น้อยลง ทำให้การใช้พลังงานน้อยกว่าพลังงานที่ได้รับในแต่ละวัน พลังงานส่วนเกินที่สะสมเรื่อย ๆนั้น เป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เด็กมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นได้ ดังนั้น ผู้ปกครองมีส่วนสำคัญอย่างมากที่จะทำให้เด็ก ๆ ห่างไกลจากโรคอ้วนในได้ ด้วยการดูแลการรับประทานอาหารให้ถูกต้องตามโภชนาการ อันตรายจากโรคอ้วนในเด็ก โรคอ้วนในเด็กมีผลเสียต่อสุขภาพหลายด้าน โดยเฉพาะกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง ซึ่งโรคเหล่านี้สามารถพบได้แม้กระทั่งในเด็กอายุน้อย ๆ ที่มีโรคอ้วนอีกด้วย การเกิดภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ ได้แก่ ภาวะทางเดินหายใจอุดกั้นขณะหลับ ส่งผลเสียถึงการนอนที่ไม่เพียงพอและอาจส่งผลกระทบต่อการเรียนของเด็กด้วยเช่นกัน ทำให้เด็กไม่สามารถเรียนรู้ได้อย่างเต็มที่ ผลกระทบทางด้านจิตใจ […]

วิธีการล้างและการเลือกซื้อผักและผลไม้ ให้ปลอดภัยเพื่อลดความเสี่ยงของการมีสารเคมีตกค้าง

ผักและผลไม้เป็นแหล่งของวิตามิน เกลือแร่ ใยอาหารและสารพฤกษเคมีต่างๆ แม้ว่าผักและผลไม้จะเป็นอาหารที่มีประโยชน์และมีสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย แต่สิ่งหนึ่งที่ผู้บริโภคกังวลก็คือสารเคมีกำจัดแมลงที่ตกค้างอยู่ในผักและผลไม้ สารพิษนั้นจะมีปริมาณมากหรือน้อยเพียงใดไม่สามารถคาดคะเนด้วยสายตาได้ ซึ่งการได้รับสารพิษเข้าสู่ร่างกายอาจก่อให้เกิดโทษและโรคร้ายแรงได้ ดังนั้น เราควรรู้จักวิธีการเลือกซื้อผักและผลไม้ รวมถึงวิธีการล้างให้ปลอดภัยจากการตกค้างของสารเคมีกำจัดศัตรูพืช วิธีการเลือกซื้อผักและผลไม้ ให้ปลอดภัยและลดความเสี่ยงของการมีสารเคมีตกค้าง มีดังนี้ เลือกซื้อผักและผลไม้ที่มีสีสันตามธรรมชาติ ไม่ฉูดฉาด ไม่มีคราบดินหรือคราบสีขาวของสารเคมีกำจัดศัตรูพืช ไม่มีจุดราดำหรือเชื้อราต่างๆ รวมถึงกลิ่นที่ฉุนผิดปกติ เลือกซื้อผักสดที่มีรูเจาะ มีรอยกัดแทะของหนอนหรือแมลงอยู่บ้าง หรือควรเลือกผักและผลไม้ที่มีตัวหนอนอยู่บ้าง หรือมีแมลงเดินอยู่เล็กน้อย เช่น มด เพลี้ย เป็นต้น เพราะเนื่องจากในปัจจุบันมีการทำรอยสัตว์กัดแทะ หนอนเจาะเทียม โดยการนำเอาทรายร้อนๆไปกลิ้งบนกระทะ จากนั้นนำสาดใส่ผัก ให้มีลักษณะเหมือนรอยเจาะของหนอน นั่นเอง ถ้าเป็นผักและผลไม้ในห้างสรรพสินค้า ควรเลือกซื้อที่มีการแสดงฉลากที่ถูกต้อง เพื่อให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับถึงแหล่งที่มาของผักและผลไม้ได้ เช่น ตรวจสอบจากเลขสถานที่ผลิต หรือนำเข้าอาหารได้ เลือกซื้อผักและผลไม้ตามฤดูกาล เนื่องจากผักที่ปลูกได้ตามฤดูกาลจะมีโอกาสเจริญเติบโตได้ดีกว่านอกฤดูกาล ทำให้ลดการใช้สารเคมีและปุ๋ยลง เลือกซื้อผักพื้นบ้าน ตามถิ่นที่อยู่อาศัยนั้นๆ หรือกินผักที่ปลูกเองได้ง่ายๆ เช่น กะเพรา ผักชี ผักบุ้ง ต้นหอม เป็นต้น ไม่ซื้อผักชนิดใดชนิดหนึ่งมากินเป็นประจำ ควรกินให้หลากหลายชนิดสับเปลี่ยนกัน เพื่อให้ได้คุณค่าทางโภชนาการครบถ้วน และหลีกเลี่ยงการได้รับสารพิษหรือสารเคมีสะสม บริโภคผักและผลไม้ที่ได้รับการรับรองจากทางราชการ […]

สุขภาพดี ทำได้ง่ายๆ แค่…ลดหวาน

จากการสำรวจของกรมอนามัยและสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) พบว่า คนไทยบริโภคน้ำตาลมากถึงวันละ 20 ช้อนชา เกินกว่าปริมาณแนะนำถึงกว่า 3 เท่าในขณะที่สถิติผู้ป่วยโรคเบาหวานและโรคอ้วนก็พุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้น ควรตระหนักอย่างยิ่งในเรื่องของการบริโภคน้ำตาล โดยเฉพาะเครื่องดื่มและอาหารที่มีน้ำตาลสูงซึ่งการการติดน้ำตาลหรือติดรสหวานนั้น มาจากนิสัยการกินตั้งแต่วัยเด็ก ซึ่งมีแนวโน้มที่จะกินน้ำตาลหรือของหวานเพิ่มมากขึ้นเมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่                   ลักษณะของคนติดหวานจะมีความต้องการอยากกินของหวานอยู่เสมอ ช่วงที่มีภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำหรือไม่ได้รับน้ำตาล อาจเกิดอาการซึมเศร้า อารมณ์ฉุนเฉียวง่าย และขาดสมาธิการลดปริมาณน้ำตาลควรลดอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพราะถ้างดเด็ดขาด อาจทำให้เกิดอาการอยากของหวานมากขึ้นอีกได้ ซึ่งจะส่งผลให้บริโภคน้ำตาลมากกว่าเดิม และอาจทำให้เกิดความท้อใจจนไม่สามารถลดน้ำตาลลงได้ การลดการบริโภคน้ำตาล อาจเริ่มจากลดการเติมน้ำตาลในอาหารและเครื่องดื่มลง ใช้สูตรหวานน้อยจากปกติ และค่อย ๆ ลดลงอีกในวันต่อมา ลดการดื่มน้ำอัดลม น้ำหวาน และน้ำผลไม้ที่มีน้ำตาลสูง เลือกรับประทานผลไม้สดโดยไม่ต้องจิ้มเกลือน้ำตาล อาจเลือกใช้สารให้ความหวานแทนน้ำตาลเป็นบางครั้งคราว และเพิ่มการออกกำลังกาย เพื่อช่วยให้เกิดการเผาผลาญน้ำตาลส่วนเกิน ไม่ให้มีการเปลี่ยนรูปเป็นไขมันสะสมอยู่ในร่างกาย     การอ่านฉลากโภชนาการ เป็นอีกวิธีหนึ่งในการลดและควบคุมปริมาณน้ำตาลอย่างได้ผล ซึ่งจะบอกปริมาณน้ำตาลในผลิตภัณฑ์นั้นๆ ทำให้เราสามารถหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีปริมาณน้ำตาลสูง รวมถึงสามารถเปรียบเทียบและเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ได้อย่างเหมาะสมอีกด้วย  ฉลากโภชนาการแบบเต็มและแบบย่อจะให้ข้อมูลโภชนาการต่อ 1 […]

โภชนาการสำหรับผู้สูงอายุ

การเลือกรับประทานอาหารที่เหมาะสมต่อสุขภาพเป็นเรื่องที่จำเป็น โดยเฉพาะผู้สูงวัยซึ่งเป็นวัยที่ต้องการพลังงานและสารอาหารแตกต่างจากวัยทำงาน หรือผู้ที่มีสุขภาพร่างกายปกติ เนื่องจากประสิทธิภาพการทำงานที่ลดลงของระบบต่างๆ ดังนั้น จึงต้องมีความเข้าใจเรื่องอาหารและโภชนาการเป็นอย่างดี ซึ่งความต้องการพลังงานและสารอาหารในผู้สูงอายุแต่ละรายก็จะแตกต่างกันไป ขึ้นกับอายุ น้ำหนัก ส่วนสูง และการใช้พลังงานในแต่ละวัน แนวทางการรับประทานอาหารของผู้สูงอายุ กลุ่มอาหาร พลังงาน(กิโลแคลอรี) ต่อวัน 1,400 ชาย-หญิง (กิจกรรมเบามาก) 1,600 ชาย-หญิง (กิจกรรมเบา) 1,800 ชาย-หญิง (กิจกรรมปานกลาง) ข้าวแป้ง (ทัพพี) 5 7 9 ผัก (ทัพพี) 4 4 4 ผลไม้ (ส่วน) 1 1 2 เนื้อสัตว์ (ช้อนกินข้าว) 6 7 8 ถั่วเมล็ดแห้ง (ช้อนกินข้าว) 1 1 1 นม (แก้ว) 2 2 2 น้ำ […]

GJ E-Magazine เล่มที่ 12

GJ E-Magazine ฉบับที่ 12 (เดือนมิถุนายน 2563) “มุ่งหน้าสู่ New Normal และความรู้เรื่องโรคตาแดง” Download

วิธีป้องกันตัวเองและสังคมจากโรคติดต่อโควิด-19

การป้องกันตัวเองและสังคมจากการติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือ โควิด-19 เป็นมาตรการที่ประชาชนทุกคนควรทำและให้ความร่วมมือ เพื่อช่วยป้องกันและลดความเสี่ยงในการเกิดโรค รวมถึงลดการแพร่กระจายเชื้อในสังคม ซึ่งมาตรการดังกล่าวสามารถทำได้ ดังนี้ การมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงและพฤติกรรมสุขภาพที่ดี เป็นสิ่งที่ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกายให้สามารถต่อสู้กับโรคภัยต่างๆ ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ การรักษาระยะห่างระหว่างตัวเองและผู้อื่น เป็นสิ่งที่ทุกคนควรทำ ไม่ว่าจะได้สัมผัสเชื้อหรือไม่ ซึ่งรวมถึงการหลีกเลี่ยงการจับมือ เลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดกัน ควรอยู่ห่างจากผู้อื่นอย่างน้อย 1 เมตร เลี่ยงไปในสถานที่แออัดหรือเสี่ยงต่อการติดเชื้อ และสิ่งสำคัญที่สุดคือการพักอยู่บ้านหากรู้สึกไม่สบาย การเว้นระยะห่างทางสังคม จะช่วยชะลอการกระจายของไวรัส ซึ่งทำให้ทรัพยากรเพียงพอต่อผู้ที่จำเป็นต้องใช้ การล้างมือให้สะอาด ด้วยสบู่หรือแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อ หลังจากทำกิจกรรมต่างๆ สามารถช่วยป้องกันการติดเชื้อได้ดีที่สุด การเฝ้าระวังและสังเกตอาการตัวเองนั้น นอกจากจะช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อไวรัสแล้ว หากระหว่างสังเกตพบว่ามีอาการเข้าข่ายการติดเชื้อ ทำให้สามารถเข้ารับการตรวจและรักษาได้ทันท่วงทีอีกด้วย   มาตรการป้องกันการติดเชื้อไม่ใช่เป็นเพียงหน้าที่ของบุคลากรทางการแพทย์ หรือประชาชนคนใดคนนึง แต่เป็นสิ่งที่ทุกคนพึงกระทำร่วมกัน เพื่อป้องกันการติดเชื้อและแพร่กระจายเชื้อทั้งต่อตัวเอง ครอบครัว คนรอบข้าง และสังคม   ที่มา: กรมควบคุมโรค

โควิด-19 คืออะไร?

ไวรัสโคโรนา หรือโควิด-19 คืออะไร ? ไวรัสโคโรนา (Coronavirus) เป็นไวรัสที่ถูกพบครั้งแรกในปี 1960 แต่ยังไม่ทราบแหล่งที่มาอย่างชัดเจนว่ามาจากที่ใด แต่เป็นไวรัสที่สามารถติดเชื้อได้ทั้งในมนุษย์และสัตว์ ปัจจุบันมีการค้นพบไวรัสสายพันธุ์นี้แล้วทั้งหมด 6 สายพันธุ์ ส่วนสายพันธุ์ที่กำลังแพร่ระบาดหนักทั่วโลกตอนนี้เป็นสายพันธุ์ที่ยังไม่เคยพบมาก่อน คือ สายพันธุ์ที่ 7 จึงถูกเรียกว่าเป็น “ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่” และในภายหลังถูกตั้งชื่ออย่างเป็นทางการว่า “โควิด-19” (COVID-19) นั่นเอง อาการเมื่อติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือไวรัสโควิด-19  อาการของไวรัสโควิด-19 ที่สังเกตได้ง่าย ๆ ด้วยตัวเอง ดังนี้ มีไข้ เจ็บคอ ไอแห้ง ๆ น้ำมูกไหล หายใจเหนื่อยหอบ กลุ่มเสี่ยงติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือโควิด-19 เด็กเล็ก (แต่อาจไม่พบอาการรุนแรงเท่าผู้สูงอายุ) ผู้สูงอายุ คนที่มีโรคประจำตัวอยู่แล้ว เช่นโรคหัวใจ เบาหวาน โรคปอดเรื้อรัง คนที่ภูมิคุ้มกันผิดปกติ หรือกินยากดภูมิต้านทานโรคอยู่ คนที่มีน้ำหนักเกินมาตรฐานมาก (คนอ้วนมาก) ผู้ที่เดินทางไปในประเทศเสี่ยงติดเชื้อ เช่น จีน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ไต้หวัน ฮ่องกง  มาเก๊า สิงคโปร์ […]

Hepatitis

ในปัจจุบันประชากรส่วนใหญ่รู้จักโรคไวรัสตับอักเสบน้อยมาก ซึ่งตับอักเสบนั้นเป็นสาเหตุการตาย 1 ใน 12 จากการตายของโรคมะเร็งทั่วโลก และมีเพียง 1 ใน 5 ของผู้ที่ติดเชื้อเท่านั้นที่ทราบว่าตัวเองติดเชื้อ

อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง เมื่อลูกเป็นไข้

สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงบ่อย ในปัจจุบัน ประเดี๋ยวร้อน ประเดี๋ยวเย็น ประเดี๋ยวฝนตก ทำให้เด็กๆ โดยเฉพาะเด็กวัยตั้งแต่ 0-2 ปีที่ภูมิคุ้มกันของร่างกายยังไม่แข็งแรงพอปรับสภาพร่างกายไม่ทัน

ไข้เลือดออก

ไข้เลือดออก (Dengue Fever) เป็นโรคติดต่อที่เกิดจากเชื้อไวรัสเดงกี่ (Dengue) ที่แพร่สู่ร่างกายคนจากการกัดของยุงลายตัวเมีย

ไข้หวัดใหญ่

โรคไข้หวัดเป็นโรคติดต่อที่เกิดขึ้นทุก ๆ ปี หากติดเชื้อเข้าไปแล้วก็ทำให้เกิดการเจ็บป่วย หยุดงาน หรือการหยุดเรียนตามมา

เด็กอ้วน

เด็กอ้วนจะดูน่ารักสำหรับสายตาคนทั่วไป แต่ผลร้ายจากความอ้วนมีหลายประการรวมทั้งทำให้อายุสั้น

เมื่อลูกเป็นสาวเร็ว

เนื่องจากปัจจุบัน ภาวะโภชนาการและสุขภาพอนามัยของเด็กดีขึ้นกว่าในอดีต เด็กมีแนวโน้มเป็นสาวเร็วขึ้น

ลูกท้องผูกทำอย่างไรดี

ลูกท้องผูกทำอย่างไรดี หาก ลูกท้องผูก แบบธรรมดาไม่เกี่ยวกับอาการติดเชื้อ ส่วนมากจะเกิดกับเด็กที่ทานนมผสม หรือ เริ่มทานอาหารเสริม เพราะถ้าลูกทานนมแม่อยู่ระบบขับถ่ายของลูกจะดีมากถ่ายวันละหลายครั้ง เมื่อลูกท้องผูกคุณแม่สามารถช่วยได้ดังนี้ค่ะ ถ้าลูกท้องผูกในช่วงที่ยังเป็นเด็กเล็กอยู่ ก็ให้ทานนมแม่ดีกว่าค่ะ เพราะในน้ำนมแม่มีสารอาหารที่ดีสำหรับลูกน้อย ทำให้ระบบขับถ่ายของลูกเป็นไปอย่างปกติ แต่ถ้าไม่ได้ทานนมแม่ ให้ผสมน้ำลูกพรุนลงไปในนมประมาณ 1 ช้อนชาลูกจะขับถ่ายดีขึ้นค่ะ แต่ไม่ต้องทุกวันนะคะ เฉพาะวันที่ลูกท้องผูกเท่านั้นค่ะ หรือให้ทานน้ำให้มากกว่าเดิมทานให้ได้วันละประมาณ 4 ออนซ์ก็ช่วยได้ค่ะ ถ้าลูกท้องผูกในช่วงอายุมากว่า 4 เดือนขึ้นไป กระเพาะอาหารของลูกจะทำงานได้ดีขึ้น สามารถให้ลูกทานอาหารเสริมได้แต่ไม่ควรมากเกินไปเพราะอาหารหลักของลูกยังควรเป็นนมอยู่ อาหารเสริมของลูกที่ท้องผูกคือ บดเนื้อลูกพรุนให้ลูกกินซัก 2 ช้อนชา หรือ เป็นน้ำลูกพรุนก็ได้ค่ะ ถ้าลูกท้องผูกช่วงอายุ 6 เดือนขึ้นไป แนะนำให้เป็นพวกอาหารเสริมที่คุณแม่ทำเอง เน้นอาหารมีมีพวกกากใยสูง พวกผัก ผลไม้ น้ำผลไม้คั้นเอง แล้วให้ลูกดื่มน้ำเยอะ ๆ ค่ะ เด็กที่มีอายุ 2-3 ปีขึ้นไป ให้ลดอาหารที่ทำมาจากนมเนย เพราะอาหารเหล่านี้มีไขมันสูง สามารถทำให้ท้องผูกได้ค่ะ และเด็กในช่วงวัยนี้สามารถฝึกการขับถ่ายได้แล้ว คุณแม่ต้องช่วยลูกในเรื่องนี้ด้วยนะคะ ลูกจะได้คุ้นชินกับการขับถ่ายเป็นเวลาค่ะ คุณแม่ที่เจอปัญหา ลูกท้องผูก อย่าวิตกกังวลมากไปนะคะ ถือเป็นเรื่องปกติของเด็กเกือบทุกคน สิ่งที่คุณแม่ต้องทำคือคอยสังเกตอาการลูกหรือสังเกตอุจจาระของลูก คุณพ่อคุณแม่ต้องใช้ความอดทนและอย่าปล่อยให้ลูกท้องผูกนาน […]

วัคซีนรวม

ปัจจุบันมีโรคติดเชื้อหลายโรคที่สามารถป้องกันได้ด้วยวัคซีน ถ้าเราใช้วัคซีนเดี่ยวแยกฉีดป้องกันโรคแต่ละชนิด จะมีเด็กบางคนได้รับการฉีดวัคซีนหลายเข็มในเวลาเดียวกัน

วัคซีนไอพีดี

การติดเชื้อแบคทีเรีย  Streptococcus pneumoniae  เป็นโรคที่สามารถรุกรานและแพร่กระจาย เป็นโรคปอดบวม หูชั้นกลางอักเสบเฉียบพลัน และเยื่อหุ้มสมองอักเสบ โรคนี้มีการติดต่อทางการหายใจ เกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่อยูในลำคอของเด็กและผู้ใหญ่

วัคซีนป้องกันโรคอีสุกอีใส

โรคอีสุกอีใส เกิดจากการติดเชื้อไวรัส Varicellazoster (VZV) ติดต่อโดยการสัมผัสโดยตรงกับตุ่มน้ำบนผิวหนัง หรือสูดหายใจเอาละอองฝอยของสิ่งคัดหลั่งจากทางเดินหายใจ โรคนี้สามารถหายได้เอง