การนวดกดจุดลดความดันตามศาสตร์แพทย์แผนจีน

ความรู้แผนจีน   ลงวันที่

ความดันโลหิตสูงในทางการแพทย์แผนจีน คือ การที่ความดันในหลอดเลือดแดง มีความดันตัวบนมากกว่าหรือเท่ากับ 140 mmHg และ /หรือ ความดันตัวล่าง มากกว่าหรือเท่ากับ 90 mmHg โดยการวัดซ้ำ 2 ครั้ง หรือมากกว่า

อาการแสดงของความดันโลหิตสูง

  • ปวดศรีษะ
  • เวียนศรีษะ
  • นอนไม่หลับ
  • ชีพจรตึง

สาเหตุ

มักเกิดจากลม ไฟ เสมหะ ความพร่อง และติดขัด หากต้นทุนก่อกำเนิดไม่เพียงพอ เลือดน้อย ประกอบกับการใช้ชีวิตที่มักมีอารมณ์ไม่ดี อาหาร และที่พักไม่เหมาะสม จะก่อให้เกิดการติดขัดของเสมหะในเส้นเลือด ทำให้เกิดความดันสูง

การป้องกัน

อวัยวะที่เกี่ยวข้องกับความดันโลหิตสูงคือ ตับ ไต และหัวใจ สิ่งที่มีความสัมพันธ์อย่างแนบแน่นกับการเกิดโรคนี้ ได้แก่ บุคลิกภาพ และอารมณ์ อันได้แก่ อารมณ์เร่งรีบ ขี้โมโห ภาวะเครียด วิตกกังวล ความกลัว ทำให้ลมปราณตับติดขัด นานเข้าก่อให้เกิดไฟตับพลุ่งพล่าน เป็นผลทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้นฉับพลัน  อารมณ์ดีใจเกินไปมีอันตรายต่อหัวใจ เมื่อลมปราณหัวใจสลายออก ทำให้การขับเคลื่อนเลือดอ่อนแรง เลือดเดินไม่สะดวก เกิดการติดขัดที่หลอดเลือด ทำให้วิงเวียน  เมื่อมีภาวะวิตกกังวล ทำร้ายม้าม การทำงานของม้ามถดถอย มีภาวะน้ำคั่งภายใน สะสมมากขึ้นจนทำให้ความดันสูง

ดังนั้นการป้องกันความดันสูงจึงมีความสัมพันธ์กับการปรับอารมณ์ ปรับให้มีชีวิตชีวา จิตใจสงบ เยือกเย็น  การออกกำลังกายแบบใช้ออกซิเจนอย่างสม่ำเสมอจะช่วยลดความดันโลหิตตัวบนได้ 6-10 mmHg และลดตัวล่างได้ 4-8 mmHg

การนวดกดจุดฝังเข็ม

การนวดกดจุดฝังเข็ม เป็นวิธีการบำรุงสุขภาพร่างกายที่มีประสิทธิภาพโดดเด่น เมื่อความดันสูง

จุดฝังเข็มช่วยลดความดัน

  1. ป๋ายฮุ่ย
  2. อิ้นถัง
  3. เน่ยกวน
  4. ชวีฉือ
  5. หย่งเฉวียน
  6. ซานอินเจียว

โดยเมื่อต้องการลดความดันสูงฉับพลัน ให้นวดกดจุดลดความดันหลังใบหู จุดไป่ฮุ่ย จุดชวีฉือ 10-20 นาที 3 จุดนี้ช่วยสงบลมตับ

จุดไป่ฮุ้ย ช่วยทำให้หยินหยางสมดุลย์ บรรเทาอาการตาลายวิงเวียนศรีษะ

จุดชวีฉือช่วยระบายลมร้อน และช่วยในการหมุนเวียนเลือด

วิธีการนวด

นวดกดจุดโดยใช้แรงอย่างอ่อนโยน จนรู้สึกถึงความปวดอ่อนๆบริเวณจุดที่นวด

และใช้เวลาในการนวด 5 นาทีขึ้นไป โดยอาจเปลี่ยนจุดได้เมื่อนวดถึง 3-5 นาที จำนวนความถี่ในการนวดในแต่ละวัน ไม่จำกัด

ช่วงเวลาที่เหมาะสม

ช่วงเวลาใดก็ได้ตามสะดวก ยกเว้น ก่อนและหลังอาหารภายใน 1 ชั่วโมงควรหลีกเลี่ยง

ข้อควรระวัง

 ไม่ควรนวดในกรณี ต่อไปนี้

  1. กระดูกหัก
  2. ตั้งครรภ์
  3. มีก้อนเนื้อ
  4. มีบาดแผลที่ผิวหนัง

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติ่ม

คลินิกแพทย์แผนจีน

  • โทร 02 849 6600 ต่อ ต่อ 4018

บทความที่เกี่ยวข้อง

ศาสตร์การแพทย์ทางเลือกกับการฟื้นฟูรักษาอาการ Long COVID

ศาสตร์การแพทย์ทางเลือกกับการฟื้นฟูรักษาอาการ Long COVID โดย พท.ป. วรรณดี ชิตเจริญธรรม พจ. ธีรวุฒิ ชาญศิริเจริญกุล และพจ. ลดาวรรณ โชติกุลวรพฤกษ์ กลุ่มอาการ ภาวะลองโควิด (Long COVID) ตามนิยามของ WHO ในปี 2021 กล่าวไว้ว่า เป็นอาการผิดปกติที่เกิดขึ้นใหม่หรือต่อเนื่องภายหลังการการติดเชื้อไวรัสโคโรนา หรือโรคโควิด (COVID – 2019) อาการลองโควิดโดยส่วนใหญ่เริ่มขึ้นหลังจากที่ผู้ป่วยเริ่มฟื้นตัวจากการติดเชื้อโควิด 19 แบบรุนแรงเฉียบพลัน มีความสัมพันธ์กับอาการป่วยที่รุนแรงจากการติดเชื้อที่เกิดขึ้นก่อนหน้า ระยะเวลาของอาการส่วนมากตั้งแต่ 3 เดือน นับจากวันตรวจพบเชื้อ และมีอาการต่อเนื่องอย่างน้อย 2 เดือน และกลุ่มอาการมีความหลากหลายและกระทบกับหลายระบบในร่างกาย เช่น ระบบทางเดินหายใจ ระบบหัวใจและหลอดเลือด ระบบประสาท ระบบภูมิคุ้มกันและสุขภาพจิต โดยมักพบมีอาการภายหลังการติดเชื้อ 4-12 สัปดาห์ โดยอาการที่พบสามารถดีขึ้นหรือแย่ลงเมื่อเวลาผ่านไป และ/หรือมีการกลับเป็นซ้ำใหม่ได้ ลักษณะอาการลองโควิดที่พบบ่อย ได้แก่ อ่อนเพลีย หายใจลำบากหรือหอบเหนื่อย ไอ นอนไม่หลับ […]

ภาวะ Long Covid กับอาการ ไอ เหนื่อยหอบ

ภาวะ Long Covid กับอาการ ไอ เหนื่อยหอบ พจ.มาลีนา บุนนาค ลู่ ปอด ในทางทฤษฎีการแพทย์แผนจีน เป็นอวัยวะที่ควบคุมพลังชี่ และการไหลเวียนลมปรานชี่ และของเหลวในร่างกาย โดยปกติปอดจะไม่ชอบความชื้น  เมื่อร่างกายรับเชื้อโควิดลงสู่ปอด ปอดติดเชื้อก่อให้เกิดการอักเสบ เกิดเสมหะอุดกั้น ทำให้การกระจายชี่ของปอดไม่สมบูรณ์ เกิดอาการหอบเหนื่อย หายใจติดขัด และการที่ชี่จากปอดไหลย้อนกลับ จะก่อให้เกิดอาการไอ เมื่อยังมีการอักเสบอยู่ การทำงานของปอดจึงยังไม่เข้าสู่ภาวะปกติ จึงทำให้เกิดการไอเรื้อรังได้ อาการ Post Covid Syndrome หรือ Long Covid คืออาการที่ผิดปกติของร่างกายในขณะที่ติดเชื้อโควิด แม้จะครบ 1 เดือน หายดีกลับบ้านได้แล้ว แต่อาจยังหลงเหลืออาการอยู่ หากพบว่ามีอาการผิดปกตินานกว่า 2 เดือน เช่น  ไอ หายใจติดขัด เหนื่อยหอบ เจ็บแน่นหน้าอก ควรรีบไปพบแพทย์ เพื่อตรวจวินิจฉัยให้ชัดเจนว่าเกิดจากสาเหตุใด ซึ่งอาจเกิดจากภาวะ Long Covid   เกิดจากการติดเชื้อโรคอื่น หรือโรคที่เกิดขึ้นใหม่ก็เป็นได้ อาการที่อาจหลงเหลืออยู่ […]

Long Covid กับกลุ่มอาการเหนื่อยล้าหลังติดเชื้อ

Long Covid กับกลุ่มอาการเหนื่อยล้าหลังติดเชื้อ โดย พจ.รณกร โลหะฐานัส                 กลุ่มอาการเหนื่อยล้าหลังติดเชื้อ (Post-infective fatigue syndrome, PIFS) หมายถึงอาการเหนื่อยล้าที่รุนแรงและต่อเนื่อง หลังจากการติดเชื้อที่ไม่สามารถอธิบายได้ด้วยเงื่อนไขทางการแพทย์ ซึ่งมีมาอย่างน้อย 6 เดือนและส่งผลต่อการทำงานประจำวันอย่างมีนัยสำคัญ สาเหตุของกลุ่มอาการ PIFS เกิดขึ้นจากหลายสาเหตุ ตั้งแต่ความเสียของเนื้อเยื่อปอดหรือหัวใจ การทำงานของไซโตไคน์ผิดปกติอย่างต่อเนื่อง การเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างและการทำงานของกล้ามเนื้อ การบาดเจ็บภายในสมองหรือระบบประสาทส่วนปลาย ทั้งยังมีรายงานอีกว่ากลุ่มอาการ PIFS มีอัตราความชุกของความเหนื่อยล้าในแถบยุโรปที่สูงกว่าภูมิภาคอื่นๆ อาการแสดงของกลุ่มอาการ PIFS มักเกี่ยวข้องกับอาการทางระบบทางเดินหายใจหลายอย่าง เช่น เหนื่อยหอบ หายใจลำบาก เจ็บหน้าอก ไอเรื้อรัง ปวดศีรษะ วิงเวียน เป็นต้น แนวทางการรักษา ทางการแพทย์แผนจีนจะให้การรักษาด้วยการฝังเข็มหรือจ่ายยาสมุนไพร ด้วยการตรวจวินิจฉัยตามกลุ่มอาการ ซึ่งการฝังเข็มจะเลือกใช้จุด LU7, LI4, ST36, SP6, SP9, SP10, HT7, KD6, TH5, GD41, LR3, LR8 เป็นจุดหลักในการรักษา […]

ภาวะ Long Covid กับการรักษาทางแพทย์แผนจีน

ภาวะ Long Covid กับการรักษาทางแพทย์แผนจีน โดย แพทย์จีนธีรวุฒิ ชาญศิริเจริญกุล ภาวะลองโควิด (Long Covid) คือสภาวะที่ร่างกายได้รับการได้รับเชื้อโควิด-19 แล้วเกิดผลกระทบกับร่างกายถึงแม้ว่าจะหายจากเชื้อโรคแล้วก็ตาม ซึ่งเกิดจากร่างกายเมื่อได้รับการติดเชื้อแล้ว ร่างกายจะสร้างเม็ดเลือดขาว ไปต่อสู้กับเชื้อโรคจึงทำให้เกิดการอักเสบภายในร่างกายได้ หรือการทานยาฆ่าเชื้อไวรัสทำให้ร่างกายทำงานหนักขึ้น อาการที่มักจะพบได้บ่อย เช่น หายใจไม่อิ่ม หายใจลำบาก  อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ นอนไม่หลับ หลงลืม การรักษาในมุมมองของแพทย์แผนจีน เราอ้างได้จากคัมภีร์หวงตี้เน่ยจิง ซึ่งเป็นหนังสือเล่มแรกของแพทย์แผนจีน พูดไว้ว่าการป้องกัน มี 3 กรณี ยังไม่ป่วย ต้องป้องกันก่อนเกิดโรค เมื่อป่วยแล้ว รีบรักษาป้องกันไม่ให้โรครุนแรง เมื่อหายป่วยแล้ว ต้องฟื้นฟูป้องกันไม่ให้โรคกำเริบ ซึ่งโรคโควิด -19 ในมุมมองของแพทย์แผนจีนเกิดจากพิษความชื้น “湿毒” ตำแหน่งของโรคอยู่ที่ปอด อาจจะทำให้คนไข้มีอาการ ไอมีเสมหะ ปอดอักเสบ หายใจลำบาก และความชื้นมักมีผลกับกระเพาะอาหารและม้าม ที่เป็นอวัยวะที่ไม่ชอบความชื้น ซึ่งทำหน้าที่เกี่ยวกับการย่อยอาหาร อาจจะทำให้ท้องอืด ไม่อยากอาหารได้ ซึ่งการรักษาของแพทย์แผนจีนก็คือการบำรุงเจิ้งชี่ ที่ทำหน้าที่คล้ายหน้าที่กับภูมิคุ้มกันของร่างกายให้ทำงานดีขึ้น และขับเซียชี่ เช่น […]