ทดสอบว่าเชื้อโควิดลงปอดหรือไม่

ความรู้ COVID19   ลงวันที่

ภาวะเชื้อไวรัสลงปอด ถือเป็นปัญหาน่ากังวลของโรค COVID-19 สำหรับผู้ป่วยที่กำลังรักษาตัวที่บ้าน หรืออยู่ในระหว่างการรอเตียงจากสถานพยาบาล 😷 การสังเกตตัวเองเป็นสิ่งสำคัญมาก ๆ นะคะ หากมีอาการเหนื่อยง่ายผิดปกติ ให้ตั้งข้อสงสัยไว้ก่อนเลยว่า เชื้อไวรัสอาจลงปอดแล้ว วันนี้ ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก มีข้อแนะนำเกี่ยวกับวิธีสังเกตอาการตัวเองอย่างง่าย ๆ และการปฏิบัติตัวหากสงสัยว่าเชื้อเริ่มลงปอด เพื่อประคับประคองอาการได้อย่างปลอดภัยก่อนถึงมือแพทย์ค่ะ

ลองมาทดสอบตัวเองเบื้องต้นกันก่อนนะคะ ว่ามีความเสี่ยงที่เชื้อจะลงปอดหรือไม่

เลือกวิธีใดวิธีหนึ่งเลยค่ะ ทำง่าย ๆ ในห้องนอนของตัวเองได้เลย หากรู้สึกเหนื่อยผิดปกติ หมายความว่าเชื้อไวรัสอาจลงปอดได้ค่ะ

หากค่อนข้างแน่ใจว่าเชื้ออาจลงปอดแล้ว ให้รีบแจ้งสถานพยาบาล และจัดท่านอนในระหว่างรอเตียงในลักษณะดังนี้ค่ะ

แนะนำว่าควรทานอาหารตามปกติ แม้อาจจะรู้สึกไม่ค่อยอยากทาน และอย่าลืมดื่มน้ำให้เพียงพอในแต่ละวันด้วยค่ะ

สำหรับผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวและต้องกินยาต่าง ๆ อาจต้องสังเกตอาการตัวเองมากขึ้น และงดยาบางชนิด ทั้งนี้ อาจปรึกษาแพทย์ที่ดูแลเพิ่มเติมได้นะคะ

ในภาวะออกซิเจนต่ำ หากปวดท้อง ต้องการถ่ายหนัก ห้ามเข้าห้องน้ำโดยลำพังและล็อกประตูเด็ดขาดนะคะ เพราะอาจเกิดภาวะหน้ามืดเป็นลมได้ ปลอดภัยที่สุดคือเตรียมอุปกรณ์ขับถ่ายไว้ใกล้ตัว อาจรู้สึกแปลก ๆ หน่อย แต่ช่วยให้ปลอดภัยขึ้นค่ะ

 

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติ่ม

บทความที่เกี่ยวข้อง

การดูแลและปฏิบัติตัวในเด็กช่วงที่มีการระบาดของโรค COVID-19

การดูแลและปฏิบัติตัวในเด็กช่วงที่มีการระบาดของโรค COVID-19 เมื่อจำนวนผู้ป่วยลดลงจนควบคุมได้แล้ว จะต้องมีมาตรการปลด lock down แต่ต้องทำอย่างค่อยเป็นค่อยไปและยังคงต้องเน้นนโยบาย Social distancing , hand hygiene เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการระบาดครั้งใหม่อย่างรุนแรงดังเช่นเห็นได้จากต่างประเทศ ดังนั้น บทความนี้จึงขอเสนอวิธีการปฏิบัติตัวของเด็กขณะมีมาตรการ lock down ทั้งในเรื่องการปฏิบัติตัวเมื่ออยู่บ้าน เมื่อต้องเข้าชุมชนเช่นไปสถานศึกษา การยังคงมีกิจกรรมออกกำลังกายเพื่อส่งเสริมพัฒนาการและการเจริญเติบโตในเด็กก่อนวัยเรียนและเพื่อส่งเสริมความแข็งแรงในเด็กวัยเรียนและวัยรุ่น และการไปโรงพยาบาลเพื่อรับวัคซีนหรือเมื่อมีภาวะเจ็บป่วย เป็นต้น การดูแลปฏิบัติตัวในเด็กเมื่ออยู่บ้านและที่ชุมชน ปัจจัยสำคัญที่สามารถลดการแพร่ระบาดโรค COVID-19 ให้ช้าลงคือ ลดการไปพบปะผู้คนจำนวนมาก สอนให้เด็กรู้จัก Social distancing เช่น ลดกิจกรรมในสถานศึกษาที่ต้องเข้าร่วมกับคนหมู่มาก อย่างไรก็ตาม เด็กยังคงต้องมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นอยู่ นอกจากนี้ ผู้ปกครองควรจัดเวลาที่จะให้เด็กได้ออกกำลังกายบ้าง โดยทางหน่วยงานป้องกันโรคติดต่อประเทศสหรัฐอเมริกา (CDC) ได้แบ่งความเสี่ยงในการทำกิจกรรมเพื่อออกกำลังกายเป็น 5 ระดับ ได้แก่ ความเสี่ยงต่ำสุด เช่น การเล่นในบ้านคนเดียวหรือกับคนในครอบครัว ความเสี่ยงเล็กน้อย เช่น การเล่นหรือทำกิจกรรมร่วมกันเป็นกลุ่ม ความเสี่ยงปานกลาง เช่น การเล่นหรือทำกิจกรรแข่งขันเป็นกลุ่ม ความเสี่ยงมาก เช่น การเล่นหรือทำกิจกรรมแข่งขันเป็นกลุ่มที่มีคนจำนวนมาก แต่บุคคลมาจากพื้นที่เดียวกัน […]

คำแนะนำการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 สำหรับเด็กและวัยรุ่นอายุตั้งแต่ 12 ปีขึ้นไป

คำแนะนำการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 สำหรับเด็กและวัยรุ่นอายุตั้งแต่ 12 ปีขึ้นไป ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทยได้ติดตามข้อมูลด้านประสิทธิภาพและความปลอดภัยของวัคซีนโควิด-19 ในเด็กและวัยรุ่น เพื่อให้คำแนะนำเพิ่ม โดยคำนึงถึงความปลอดภัย และประโยชน์ทางด้านสุขภาพของเด็กเป็นสำคัญ ดังนี้ เด็กและวัยรุ่นที่มีสุขภาพดี อายุ 12 ปี ถึงน้อยกว่า 16 ปี แนะนำให้ฉีดวัคซีน ชนิด mRNA ของบริษัท Pfizer BioNTech โดย เด็กและวัยรุ่นชาย รับวัคซีน เข็มที่ 1 และ ชะลอการให้เข็มที่ 2 ไปก่อน จนกว่าจะมีคำแนะนำเพิ่มเติม (เนื่องจากการฉีดเข็ม 2 ในเด็กกลุ่มนี้ มีความเสี่ยงสูงกว่าเข็มแรก จากกล้ามเนื้อหัวใจและเยื่อหุ้มหัวใจ อักเสบ ซึ่งพบน้อยมาก) เด็กและวัยรุ่นหญิง สามารถรับวัคซีน 2 เข็มห่างกัน อย่างน้อย 3 สัปดาห์ ชนิดของวัคซีนที่แนะนำในเด็กและวัยรุ่น ขณะนี้ (วันที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2564) มีวัคซีนที่มีในประเทศไทยที่ได้ขึ้นทะเบียนให้ใช้เด็กอายุ […]

ผู้ป่วยเด็กกลุ่มเสี่ยงที่มีโรคเรื้อรัง ซึ่งจะทำให้เกิดโรคโควิด-19 รุนแรง

โดย พญ.ปิยนันท์ โฆษิดาพันธุ์ (กุมารแพทย์โรคติดเชื้อ) ในภาพรวมยังพบการติดโรคโควิด-19 ในเด็กน้อยกว่าผู้ใหญ่ และผู้ป่วยเด็กที่ติดเชื้อโรคโควิด-19 มักไม่รุนแรง ดังนั้นราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทยจึงมีความเห็นสอดคล้องกับองค์การอนามัยโลก โดยยังไม่จัดเด็กปกติที่มีสุขภาพดีเป็นกลุ่มที่มีลำดับความสำคัญในอันดับต้นในการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ในขณะนี้ซึ่งยังมีวัคซีนจำกัด แต่แนะนำให้ฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ในเด็กและวัยรุ่นอายุตั้งแต่ 12 ปีขึ้นไปที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดโรคโควิด-19 ที่รุนแรงและการเสียชีวิตจากโรคโควิด-19 ในจังหวัดควบคุมสูงสุด และเข้มงวด คำแนะนำของราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทยในขณะนี้ มีดังต่อไปนี้ – แนะนำให้ฉีดวัคซีนที่รับรองให้ใช้ในเด็กและวัยรุ่นอายุตั้งแต่ 12 ปีขึ้นไป ในกรณีเป็นผู้ป่วยเด็กกลุ่มเสี่ยงที่มีโรคเรื้อรัง ซึ่งจะทำให้เกิดโรคโควิด-19 รุนแรง ดังต่อไปนี้ บุคคลที่มีโรคอ้วน (ดัชนีมวลกายมากกว่า 35 กิโลกรัมต่อตารางเมตร หรือ มีน้ำหนัก 70 กิโลกรัมขึ้นไปในเด็กอายุ 12-13 ปี น้ำหนัก 80 กิโลกรัมขึ้นไปในเด็กอายุ 13-15 ปี น้ำหนัก 90 กิโลกรัมขึ้นไปในเด็กอายุ 15-18 ปี หรือเด็กอ้วนที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากภาวะทางเดินหายใจอุดกั้น) โรคทางเดินหายใจเรื้อรัง รวมทั้งโรคหอบหืดที่มีอาการปานกลางหรือรุนแรง โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคหลอดเลือดสมอง โรคไตวายเรื้อรัง โรคมะเร็งและภาวะภูมิคุ้มกันต่ำ […]

หลังฉีดวัคซีนเด็ก ๆ ควรปฏิบัติตัวอย่างไร

โดย พญ.ปิยนันท์ โฆษิดาพันธุ์ (กุมารแพทย์โรคติดเชื้อ) หลังฉีดวัคซีนเด็ก ๆ ควรปฏิบัติตัวอย่างไร แนะนำให้งดออกกำลังกายอย่างหนักหรือการทำกิจกรรมอย่างหนักเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ภายหลัง จากการฉีดวัคซีน ป้องกันโรคโควิด-19 เนื่องจากมีรายงานการเกิดผลข้างเคียงกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ และเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบภายหลังการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19ชนิด mRNA ซึ่งพบในอัตราที่ต่ำมาก จึงแนะนำให้เด็กและวัยรุ่นทุกราย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กและวัยรุ่นชายที่ได้รับวัคซีนป้องกันโรค โควิด-19 ทั้งโด๊สที่ 1 และ 2 ควรงดการออกกำลังกายหรือการทำกิจกรรมอย่างหนักเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ ภายหลังจากการฉีดวัคซีน และในเวลาดังกล่าวนี้หากมีอาการเจ็บ แน่นหน้าอก หายใจเหนื่อยหรือ หายใจไม่อิ่ม ใจสั่นหน้ามืดเป็นลมควรรีบไปพบแพทย์โดยหากแพทย์สงสัยภาวะกล้ามเนื้อหัวใจหรือ เยื่อหุ้มหัวใจอักเสบควรพิจารณาทำการตรวจค้นเพิ่มเติม สำหรับเด็กอายุตั้งแต่ 12 ปีขึ้นไปจนถึงน้อยกว่า 16 ปี ที่สุขภาพแข็งแรงดี และในเด็กอายุน้อยกว่า 12 ปี รวมทั้งการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ชนิดอื่นๆ ในเด็ก ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการติดตามผลการศึกษาถึงประสิทธิภาพ และความปลอดภัย ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย จะมีคำแนะนำเพิ่มเติมในการฉีดวัคซีนป้องกันโรค โควิด-19 ในอนาคตต่อไป ในการให้คำแนะนำด้านการฉีดวัคซีนแก่เด็กและวัยรุ่น ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย จะมุ่งให้ เกิดประโยชน์แก่ตัวของเด็กและวัยรุ่น โดยชั่งน้ำหนักระหว่างผลเสียที่อาจเกิดขึ้น และประโยชน์ที่เด็กจะได้รับจาก วัคซีน ทั้งนี้จะให้น้ำหนักแก่ของความปลอดภัยแก่เด็กเป็นสิ่งสำคัญ […]