วัคซีนตามช่วงอายุ

วัคซีนที่เปิดให้บริการ

**หมายเหตุ: ราคาดังกล่าวเป็นราคาต่อ 1 เข็ม ยังไม่รวมค่าบริการผู้ป่วยนอก ในเวลาราชการ 100 บาท และค่าฉีดวัคซีน 30 บาท/เข็ม
**ราคาวัคซีนอาจมีการเปลี่ยนแปลง ณ วันที่ฉีด กรุณาตรวจสอบอีกครั้ง**

การรับบริการ
1. นัดหมายออนไลน์
2. มาติดต่อรับบริการตามวันเวลาที่ท่านนัดหมาย ณ ศูนย์วัคซีน ชั้น 1 
วันและเวลาทำการ :  จันทร์ – ศุกร์ เวลา 08.00-15.00 น. (ยกเว้น วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์)
ข้อมูลเกี่ยวกับวัคซีน

รวมข้อมูลเกี่ยวกับวัคซีน

รวมสื่อโปสเตอร์ข้อมูลเกี่ยวกับวัคซีนต่างๆ ที่เปิดให้บริการ

วัคซีนโควิด-19

นัดหมายออนไลน์
* ผู้ที่มีประวัติติดเชื้อ Covid-19 สามารถรับวัคซีนตามหลักการเดียวกับผู้ที่ไม่เคยติดเชื้อมาก่อน ทั้งนี้ต้องเว้นระยะห่าง 3 เดือนหลังติดเชื้อ *

     **12 ปีขึ้นไป  กรณีไม่สะดวกมาตามนัด สามารถนำนัดเดิมมาฉีดวัคซีนในวันทำการ จันทร์ อังคาร และพุธ เวลา 08.00-15.00 น. (ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์)

คำถามที่พบบ่อย

Q: ศูนย์วัคซีนเปิดให้บริการวันไหนบ้างคะ/ครับ?
A: สำหรับวัคซีนโควิด เปิดให้บริการ จันทร์-พุธ เวลา 08.00-15.00 น. ยกเว้น วันหยุดนักขัตฤกษ์ ควรมาก่อนเวลานัดหมายอย่างน้อย 30 นาที

Q: ศูนย์วัคซีนอยู่ตรงไหนของศูนย์การแพทย์ฯคะ/ครับ?
A: บริเวณลานพระบิดา ชั้น 1 ค่ะ

Q: ศูนย์การเพทย์ฯ รับวอร์คอินฉีดวัคซีนไหมคะ/ครับ?
A: รับนัดหมาย และรับ walk in 70 คิว/วัน (ข้อมูลอัพเดท ณ 1 ธค. 2565)

Q: ไม่มีตารางนัดหมายของเดือนที่ต้องการฉีดให้เลือก ต้องทำยังไงคะ/ครับ?
A: เนื่องจากศูนย์การแพทย์ฯ เปิดให้ลงทะเบียนก่อนล่วงหน้า 1 เดือน หากไม่มีเดือนที่ท่านต้องการเลือก กรุณารอเปิดตารางนัดหมายเพิ่มเติมค่ะ

Q: วันนัดหมายฉีดวัคซีนที่ลงทะเบียนไว้ ยังไม่ครบระยะเวลาที่สามารถฉีดวัคซีนได้ตามเงื่อนไข ต้องแก้ไขยังไงคะ/ครับ?
A: ไม่จำเป็นต้องแก้ไขค่ะ เมื่อครบระยะเวลาตามเงื่อนไข สามารถนำนัดเดิมมาแสดงหน้างานในวันทำการที่ท่านสะดวกฉีดได้เลยค่ะ

Q: ไม่สามารถมาตามวันนัดหมายได้ ต้องการเลื่อนนัดทำยังไงคะ/ครับ?
A: ไม่จำเป็นต้องเลื่อนนัด สามารถนำนัดเดิมมาแสดงหน้างานในวันทำการที่ท่านสะดวกฉีดได้เลยค่ะ

Q: ต้องการยกเลิกข้อมูลนัดหมายเพื่อไปฉีด รพ.อื่นทำยังไงคะ/ครับ?
A: ไม่จำเป็นต้องยกเลิกนัดหมาย สามารถฉีดที่รพ.อื่นได้เลยค่ะ

Q: ตอนนี้กักตัวอยู่ แต่มีนัดหมายฉีดวัคซีน ต้องทำยังไงดีคะ/ครับ?
A: กักตัวให้ครบกำหนดก่อน และสามารถนำนัดเดิมมาแสดงหน้างานในวันที่สะดวกฉีดได้เลยค่ะ

Q: ชาวต่างชาติต้องการฉีดวัคซีนที่ศูนย์การแพทย์ฯ เข็มที่ 3 และที่ 4 ทำยังไงบ้างคะ/ครับ?
A: สามารถใช้เลข 13 หลัก ในใบรับรองฉีดวัคซีนเข็ม 1 และ 2 (เฉพาะที่ฉีดภายในประเทศไทยเท่านั้น) ลงทะเบียนนัดหมายออนไลน์ผ่านทางเว็บไซต์ศูนย์การแพทย์ฯค่ะ

Q: ในวันฉีดวัคซีนต้องเตรียมอะไรมาบ้างคะ/ครับ?
A: 1. บัตรประชาชน/Passport
    2. หลักฐานการนัดหมาย
    3. ใบรับรองการได้รับวัคซีนเข็มที่ผ่านมา


Q: จะฉีดวัคซีนเข็ม 3 เว้นห่างจากเข็ม 2 กี่เดือนคะ/ครับ?
A: 3 เดือนขึ้นไปค่ะ

Q: จะฉีดวัคซีนเข็ม 4 และ5 เว้นห่างจากเข็มล่าสุด กี่เดือนคะ/ครับ?
A: 4 เดือนขึ้นไปค่ะ

Q: หลังติดโควิดต้องเว้นกี่เดือนถึงจะฉีดวัคซีนคะ/ครับ?
A: 3 เดือนขึ้นไปค่ะ

Q: ต้องเว้นจากการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่นานแค่ไหนคะ/ครับ?
A: 2 สัปดาห์ขึ้นไปค่ะ

Q: ฉีดวัคซีนพิษสุนัขบ้า สามารถฉีดวัคซีนโควิคได้ไหมคะ/ครับ?
A: ฉีดได้ โดยไม่ต้องเว้นระยะห่างค่ะ

Q: มีโรคประจำตัวฉีดได้ไหมคะ/ครับ?
A: ฉีดได้ เมื่อโรคประจำตัวสามารถควบคุมได้คงที่ และไม่มีอาการกำเริบรุนแรง หากไม่มั่นใจ ควรปรึกษาแพทย์เจ้าของไข้ก่อนฉีดค่ะ 

Q: มีฉีดแบบใต้ผิวหนังไหมคะ/ครับ?
A: ไม่มีค่ะ มีฉีดเฉพาะเข้าชั้นกล้ามเนื้อค่ะ

Q: ศูนย์การแพทย์ฯ มีฉีดวัคซีนยี่ห้ออะไรบ้างคะ/ครับ?
A: มีฉีดยี่ห้อไฟเซอร์(Pfizer) โดยฉีดตามนโยบายของรัฐบาลค่ะ

Q: ฉีดวัคซีนโควิดมีค่าใช้จ่ายไหมคะ/ครับ?
A: ไม่มีค่าใช้จ่ายค่ะ

Q: ศูนย์การแพทย์ฯ รับทำวัคซีนพาสปอรต์ไหมคะ/ครับ?
A: ไม่รับทำค่ะ สามารถติดต่อทำได้ที่กระทรวงสาธารณสุขค่ะ

ข่าวสารประชาสัมพันธ์วัคซีน

แนะนำการขอหนังสือรับรองการฉีดวัคซีนโควิด (New)

หน่วยงานที่ให้บริการออกหนังสือรับรองการฉีดวัคซีนโควิด-19 เพื่อใช้เดินทางไปต่างประเทศ

The Covid-19 Vaccine (Update!!)

เอกสารข้อมูลเกี่ยวกับการฉีดวัคซีน

ช่องทางการติดตามข่าวสารวัคซีน

LINE
ศูนย์วัคซีน

Facebook
ูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
โทร. 02-849-6600
ต่อเบอร์ภายใน 2307, 1059 หรือ 1061
ในวันและเวลาทำการ

ประเมินความเสี่ยงโควิด-19

ความรู้เกี่ยวกับโควิด-19

หลังฉีดวัคซีนเด็ก ๆ ควรปฏิบัติตัวอย่างไร

โดย พญ.ปิยนันท์ โฆษิดาพันธุ์ (กุมารแพทย์โรคติดเชื้อ) หลังฉีดวัคซีนเด็ก ๆ ควรปฏิบัติตัวอย่างไร แนะนำให้งดออกกำลังกายอย่างหนักหรือการทำกิจกรรมอย่างหนักเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ภายหลัง จากการฉีดวัคซีน ป้องกันโรคโควิด-19 เนื่องจากมีรายงานการเกิดผลข้างเคียงกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ และเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบภายหลังการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19ชนิด mRNA ซึ่งพบในอัตราที่ต่ำมาก จึงแนะนำให้เด็กและวัยรุ่นทุกราย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กและวัยรุ่นชายที่ได้รับวัคซีนป้องกันโรค โควิด-19 ทั้งโด๊สที่ 1 และ 2 ควรงดการออกกำลังกายหรือการทำกิจกรรมอย่างหนักเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ ภายหลังจากการฉีดวัคซีน และในเวลาดังกล่าวนี้หากมีอาการเจ็บ แน่นหน้าอก หายใจเหนื่อยหรือ หายใจไม่อิ่ม ใจสั่นหน้ามืดเป็นลมควรรีบไปพบแพทย์โดยหากแพทย์สงสัยภาวะกล้ามเนื้อหัวใจหรือ เยื่อหุ้มหัวใจอักเสบควรพิจารณาทำการตรวจค้นเพิ่มเติม สำหรับเด็กอายุตั้งแต่ 12 ปีขึ้นไปจนถึงน้อยกว่า 16 ปี ที่สุขภาพแข็งแรงดี และในเด็กอายุน้อยกว่า 12 ปี รวมทั้งการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ชนิดอื่นๆ ในเด็ก ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการติดตามผลการศึกษาถึงประสิทธิภาพ และความปลอดภัย ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย จะมีคำแนะนำเพิ่มเติมในการฉีดวัคซีนป้องกันโรค โควิด-19 ในอนาคตต่อไป ในการให้คำแนะนำด้านการฉีดวัคซีนแก่เด็กและวัยรุ่น ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย จะมุ่งให้ เกิดประโยชน์แก่ตัวของเด็กและวัยรุ่น โดยชั่งน้ำหนักระหว่างผลเสียที่อาจเกิดขึ้น และประโยชน์ที่เด็กจะได้รับจาก วัคซีน ทั้งนี้จะให้น้ำหนักแก่ของความปลอดภัยแก่เด็กเป็นสิ่งสำคัญ […]

ปรับไลฟ์สไตล์หลังหายป่วยโควิด-19

การดูแลร่างกายหลังหายป่วยจากโรค COVID-19 เป็นเรื่องสำคัญมากนะคะ ซึ่งอาการข้างเคียงหลังจากหายก็ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละคน โดยเฉพาะผู้ป่วยที่มีอาการเชื้อลงปอดและรักษาจนหายดีแล้ว สิ่งสำคัญที่ต้องใส่ใจ คือการดูแลสุขภาพตัวเองให้มากยิ่งขึ้น และอาจต้องปรับพฤติกรรมบางอย่างในชีวิตประจำวัน เพื่อค่อย ๆ ฟื้นฟูปอดและสภาพร่างกายให้แข็งแรงขึ้นเรื่อย ๆ ค่ะ 

ทดสอบว่าเชื้อโควิดลงปอดหรือไม่

ภาวะเชื้อไวรัสลงปอด ถือเป็นปัญหาน่ากังวลของโรค COVID-19 สำหรับผู้ป่วยที่กำลังรักษาตัวที่บ้าน หรืออยู่ในระหว่างการรอเตียงจากสถานพยาบาล การสังเกตตัวเองเป็นสิ่งสำคัญมาก ๆ นะคะ หากมีอาการเหนื่อยง่ายผิดปกติ ให้ตั้งข้อสงสัยไว้ก่อนเลยว่า เชื้อไวรัสอาจลงปอดแล้ว วันนี้ ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก มีข้อแนะนำเกี่ยวกับวิธีสังเกตอาการตัวเองอย่างง่าย ๆ และการปฏิบัติตัวหากสงสัยว่าเชื้อเริ่มลงปอด เพื่อประคับประคองอาการได้อย่างปลอดภัยก่อนถึงมือแพทย์ค่ะ ลองมาทดสอบตัวเองเบื้องต้นกันก่อนนะคะ ว่ามีความเสี่ยงที่เชื้อจะลงปอดหรือไม่ เลือกวิธีใดวิธีหนึ่งเลยค่ะ ทำง่าย ๆ ในห้องนอนของตัวเองได้เลย หากรู้สึกเหนื่อยผิดปกติ หมายความว่าเชื้อไวรัสอาจลงปอดได้ค่ะ หากค่อนข้างแน่ใจว่าเชื้ออาจลงปอดแล้ว ให้รีบแจ้งสถานพยาบาล และจัดท่านอนในระหว่างรอเตียงในลักษณะดังนี้ค่ะ แนะนำว่าควรทานอาหารตามปกติ แม้อาจจะรู้สึกไม่ค่อยอยากทาน และอย่าลืมดื่มน้ำให้เพียงพอในแต่ละวันด้วยค่ะ สำหรับผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวและต้องกินยาต่าง ๆ อาจต้องสังเกตอาการตัวเองมากขึ้น และงดยาบางชนิด ทั้งนี้ อาจปรึกษาแพทย์ที่ดูแลเพิ่มเติมได้นะคะ ในภาวะออกซิเจนต่ำ หากปวดท้อง ต้องการถ่ายหนัก ห้ามเข้าห้องน้ำโดยลำพังและล็อกประตูเด็ดขาดนะคะ เพราะอาจเกิดภาวะหน้ามืดเป็นลมได้ ปลอดภัยที่สุดคือเตรียมอุปกรณ์ขับถ่ายไว้ใกล้ตัว อาจรู้สึกแปลก ๆ หน่อย แต่ช่วยให้ปลอดภัยขึ้นค่ะ    

จัดการขยะติดเชื้ออย่างไรให้ปลอดภัยจากผู้อื่น

อีกหนึ่งเรื่องที่สำคัญมากในช่วงเวลานี้ คือการทิ้งขยะ  โดยเฉพาะขยะติดเชื้อจากสารคัดหลั่งต่าง ๆ เช่น น้ำมูก เสมหะ น้ำลาย หรือเลือด ไม่สามารถทิ้งรวมกับขยะทั่วไปได้ จึงไม่ควรละเลยอย่างเด็ดขาด เพราะจะเพิ่มความเสี่ยงในการแพร่เชื้อต่อเจ้าหน้าที่จัดการขยะ ซึ่งขยะติดเชื้อจะต้องได้รับการกำจัดอย่างถูกวิธีค่ะ สำหรับผู้ป่วย COVID-19 ที่รักษาตัวแบบ Home isolation  ควรเคร่งครัดกับการทิ้งขยะที่ต้องแยกประเภทชัดเจน ใส่ถุงปิดปากให้มิดชิด และติดป้ายทำสัญลักษณ์บนถุงทุกครั้ง เพื่อความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมที่ดีด้วยค่ะ 

สิ่งจำเป็นขาดไม่ได้ของผู้ป่วย COVID-19 ที่รักษาตัวที่บ้าน

การรักษาตัวที่บ้าน หรือ Home isolation  นอกจากต้องระมัดระวังสูงสุดในทุกขั้นตอนแล้ว สิ่งของและอุปกรณ์จำเป็นต่าง ๆ ที่ต้องเตรียมให้พร้อมเสมอก็สำคัญมากเช่นกันค่ะ เพื่อเป็นการป้องกันการแพร่เชื้อ ช่วยประเมินอาการและความเสี่ยงในระหว่างรักษาตัว หรือระหว่างรอเตียง ก่อนอื่น อย่าลืมแยกสิ่งของและของใช้ส่วนตัวทั้งหมดนะคะ เพื่อให้การรักษาตัวที่บ้านเป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัยค่ะ 

ใช้ห้องน้ำร่วมกันอย่างเคร่งครัด ป้องกันการแพร่เชื้อ COVID-19 ในบ้าน

การทำ Home isolation จำเป็นต้องระมัดระวังสูงสุดในทุกขั้นตอนนะคะ  เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อภายในครอบครัว โดยเฉพาะบ้านที่มีผู้ป่วยโควิดอาศัยอยู่ร่วมกับผู้ที่ยังไม่ติดเชื้อ และมีความจำเป็นต้องใช้ห้องน้ำร่วมกัน  ตรงนี้ถือเป็นจุดเสี่ยงสูงสุดที่ต้องระมัดระวังและป้องกันอย่างเข้มงวด เพื่อให้การอยู่ร่วมกันระหว่างรักษาตัวเป็นไปอย่างปลอดภัยที่สุดค่ะ

การฝึกหายใจและขับเสมหะ

โรค COVID-19 ส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจโดยตรง ดังนั้นผู้ที่มีภาวะการติดเชื้อทางเดินหายใจและปอด ควรได้รับการรักษาทางกายภาพบำบัด โดยฝึกหายใจอย่างเหมาะสมควบคู่กันไปด้วยค่ะ เพื่อช่วยป้องกัน และบรรเทาภาวะการหายใจลำบาก และยังช่วยเรื่องการระบายเสมหะได้ดีขึ้นด้วย และนี่คือวิธีง่าย ๆ เบื้องต้นในการฝึกหายใจ สำหรับผู้ป่วยกลุ่มอาการสีเขียวที่อยู่ระหว่างการรักษาแบบ Home isolation เพื่อช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ ได้ค่ะ โดยวิธีนี้สามารถทำได้ทุกคน ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ป่วยเท่านั้นนะคะ การฝึกหายใจ • ฝึกควบคุมลมหายใจเข้า-ออก (Breathing control) โดยสูดลมหายใจเข้าทางจมูก และเป่าออกทางปาก สลับกันช้าๆ• ฝึกหายใจโดยใช้กล้ามเนื้อกระบังลม (Deep breathing exercise) วางมือตรงหน้าท้องและหน้าอก หายใจเข้าทางจมูกให้ท้องป่อง เป่าลมออกทางปากท้องยุบ >ทำ 5 ครั้งต่อรอบ วันละ 3-4 ครั้ง การฝึกหายใจร่วมกับเพิ่มความเคลื่อนไหวของทรวงอก (Chest Trunk Mobilization)• ท่าที่ 1 ไขว้มือข้างหน้า สูดหายใจเข้าพร้อมกางแขนออกและยกแขนขึ้น หายใจออก แล้วค่อย ๆ เป่าลมออกทางปาก พร้อมลดแขนลง ทำช้า […]

อาหารแบบไหนเหมาะกับผู้ป่วย COVID-19 กรณี Home Isolation

การเลือกกินอาหารคือสิ่งสำคัญที่มีผลต่อสุขภาพโดยตรงค่ะ โดยเฉพาะผู้ป่วย COVID-19 ยิ่งต้องดูแลตัวเองเป็นพิเศษ สำหรับผู้ป่วยที่รักษาตัวโดยการทำ Home Isolation ที่บ้าน ญาติและผู้ที่อาศัยอยู่บ้านเดียวกับผู้ป่วย อาจต้องเลือกสรรอาหารที่มีประโยชน์ สะอาด และปลอดภัยมากขึ้นกว่าเดิม เพื่อให้การรักษาตัวเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และกลับมาแข็งแรงได้โดยเร็วค่ะ

ตอบข้อสงสัย COVID-19 ในผู้ป่วยเด็ก

ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไวรัส COVID-19 ส่วนใหญ่จะพบในผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ แต่เด็กก็สามารถติด COVID-19 ด้วยเช่นกัน พ่อแม่ผู้ปกครองหลายท่านคงมีความกังวลเป็นอย่างมากเมื่อลูกน้อยติด COVID-19 ทางศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษกจึงขอตอบข้อสงสัยเมื่อลูกน้อย ติด COVID-19 เพื่อให้ผู้ปกครองดูแลลูกน้อยของท่านให้ปลอดภัยต่อไปค่ะ

การอยู่ร่วมกับผู้ป่วย COVID-19 ที่ทำ Home isolation ที่บ้าน

การสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง สำหรับผู้ที่ต้องอยู่ร่วมกับผู้ป่วย COVID-19 ที่ทำ Home isolation ที่บ้านนั้น เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในเวลานี้ ศิริราช-กาญจนาจึงขอมาเน้นย้ำกับ “ข้อห้าม” ต่าง ๆ ที่สำคัญและต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยของตนเองและครอบครัวค่ะ