วัคซีนตามช่วงอายุ

วัคซีนที่เปิดให้บริการ

**หมายเหตุ: ราคาดังกล่าวเป็นราคาต่อ 1 เข็ม ยังไม่รวมค่าบริการผู้ป่วยนอก ในเวลาราชการ 100 บาท และค่าฉีดวัคซีน 30 บาท/เข็ม
**ราคาวัคซีนอาจมีการเปลี่ยนแปลง ณ วันที่ฉีด กรุณาตรวจสอบอีกครั้ง**

การรับบริการ
1. นัดหมายออนไลน์
2. มาติดต่อรับบริการตามวันเวลาที่ท่านนัดหมาย ณ ศูนย์วัคซีน ชั้น 1 
วันและเวลาทำการ :  จันทร์ – ศุกร์ เวลา 08.00-15.00 น. (ยกเว้น วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์)
ข้อมูลเกี่ยวกับวัคซีน

รวมข้อมูลเกี่ยวกับวัคซีน

รวมสื่อโปสเตอร์ข้อมูลเกี่ยวกับวัคซีนต่างๆ ที่เปิดให้บริการ

วัคซีนโควิด-19

นัดหมายออนไลน์
* ผู้ที่มีประวัติติดเชื้อ Covid-19 สามารถรับวัคซีนตามหลักการเดียวกับผู้ที่ไม่เคยติดเชื้อมาก่อน ทั้งนี้ต้องเว้นระยะห่าง 3 เดือนหลังติดเชื้อ *

ตรวจสอบการนัดหมาย 
(หลังลงทะเบียน 5 วันทำการ)

     **12 ปีขึ้นไป  กรณีไม่สะดวกมาตามนัด สามารถนำนัดเดิมมาฉีดวัคซีน ในวันจันทร์และอังคาร เวลา 09.00-15.00 น. (ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์)

     **กรณี 5-11 ปี  เลื่อนนัดกรุณา ติดต่อแผนกกุมารเวชการ โทร 02-849-6600 ต่อ 1120-1121 ในวันเวลาราชการ 8.00-15.00น.
                            (ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ และ วันเสาร์-อาทิตย์)

คำถามที่พบบ่อย

Q: ศูนย์การเพทย์ฯ รับวอร์คอินฉีดวัคซีนไหมคะ/ครับ?
A: ไม่รับวอร์คอินค่ะ รับเฉพาะผู้ที่มีนัดหมายเท่านั้น สามารถนัดหมายออนไลน์ผ่านทางเว็บไซต์ศูนย์การแพทย์ฯค่ะ

Q: ไม่มีตารางนัดหมายของเดือนที่ต้องการฉีดให้เลือก ต้องทำยังไงคะ/ครับ?
A: เนื่องจากศูนย์การแพทย์ฯ เปิดให้ลงทะเบียนก่อนล่วงหน้า 1 เดือน หากไม่มีเดือนที่ท่านต้องการเลือก กรุณารอเปิดตารางนัดหมายเพิ่มเติมค่ะ

Q: วันนัดหมายฉีดวัคซีนที่ลงทะเบียนไว้ ยังไม่ครบระยะเวลาที่สามารถฉีดวัคซีนได้ตามเงื่อนไข ต้องแก้ไขยังไงคะ/ครับ?
A: ไม่จำเป็นต้องแก้ไขค่ะ เมื่อครบระยะเวลาตามเงื่อนไข สามารถนำนัดเดิมมาแสดงหน้างานในวันที่สะดวกฉีดได้เลยค่ะ

Q: ไม่สามารถมาตามวันนัดหมายได้ ต้องการเลื่อนนัดทำยังไงคะ/ครับ?
A: ไม่จำเป็นต้องเลื่อนนัด สามารถนำนัดเดิมมาแสดงหน้างานในวันที่สะดวกฉีดได้เลยค่ะ

Q: ต้องการยกเลิกข้อมูลนัดหมายเพื่อไปฉีด รพ.อื่นทำยังไงคะ/ครับ?
A: ไม่จำเป็นต้องยกเลิกนัดหมาย สามารถฉีดที่รพ.อื่นได้เลยค่ะ

Q: ตอนนี้กักตัวอยู่ แต่มีนัดหมายฉีดวัคซีน ต้องทำยังไงดีคะ/ครับ?
A: กักตัวให้ครบกำหนดก่อน และสามารถนำนัดเดิมมาแสดงหน้างานในวันที่สะดวกฉีดได้เลยค่ะ

Q: ชาวต่างชาติต้องการฉีดวัคซีนที่ศูนย์การแพทย์ฯ เข็มที่ 3 และที่ 4 ทำยังไงบ้างคะ/ครับ?
A: สามารถใช้เลข 13 หลัก ในใบรับรองฉีดวัคซีนเข็ม 1 และ 2 (เฉพาะที่ฉีดภายในประเทศไทยเท่านั้น) ลงทะเบียนนัดหมายออนไลน์ผ่านทางเว็บไซต์ศูนย์การแพทย์ฯค่ะ

Q: ในวันฉีดวัคซีนต้องเตรียมอะไรมาบ้างคะ/ครับ?
A: 1. บัตรประชาชน/Passport
    2. หลักฐานการนัดหมาย
    3. ใบรับรองการได้รับวัคซีนเข็มที่ผ่านมา

Q: ศูนย์วัคซีนเปิดให้บริการวันไหนบ้างคะ/ครับ?
A: สำหรับวัคซีนโควิด เปิดให้บริการ จันทร์-อังคาร เวลา 13.00-15.00 น. ยกเว้น วันหยุดนักขัตฤกษ์ ควรมาก่อนเวลานัดหมายอย่างน้อย 30 นาที

Q: ศูนย์วัคซีนอยู่ตรงไหนของศูนย์การแพทย์ฯคะ/ครับ?
A: บริเวณลานพระบิดา ชั้น 1 ค่ะ

Q: จะฉีดวัคซีนเข็ม 3 เว้นห่างจากเข็ม 2 กี่เดือนคะ/ครับ?
A: 3 เดือนขึ้นไปค่ะ

Q: จะฉีดวัคซีนเข็ม 4 เว้นห่างจากเข็ม 3 กี่เดือนคะ/ครับ?
A: 4 เดือนขึ้นไปค่ะ

Q: หลังติดโควิดต้องเว้นกี่เดือนถึงจะฉีดวัคซีนคะ/ครับ?
A: 3 เดือนขึ้นไปค่ะ

Q: ต้องเว้นจากการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่นานแค่ไหนคะ/ครับ?
A: 2 สัปดาห์ขึ้นไปค่ะ

Q: ฉีดวัคซีนพิษสุนัขบ้า สามารถฉีดวัคซีนโควิคได้ไหมคะ/ครับ?
A: ฉีดได้ โดยไม่ต้องเว้นระยะห่างค่ะ

Q: มีโรคประจำตัวฉีดได้ไหมคะ/ครับ?
A: ฉีดได้ เมื่อโรคประจำตัวสามารถควบคุมได้คงที่ และไม่มีอาการกำเริบรุนแรง หากไม่มั่นใจ ควรปรึกษาแพทย์เจ้าของไข้ก่อนฉีดค่ะ 

Q: มีฉีดแบบใต้ผิวหนังไหมคะ/ครับ?
A: ไม่มีค่ะ มีฉีดเฉพาะเข้าชั้นกล้ามเนื้อค่ะ

Q: ศูนย์การแพทย์ฯ มีฉีดวัคซีนยี่ห้ออะไรบ้างคะ/ครับ?
A: มีฉีดยี่ห้อไฟเซอร์(Pfizer) โดยฉีดตามนโยบายของรัฐบาลค่ะ

Q: ฉีดวัคซีนโควิดมีค่าใช้จ่ายไหมคะ/ครับ?
A: ไม่มีค่าใช้จ่ายค่ะ

Q: ศูนย์การแพทย์ฯ รับทำวัคซีนพาสปอรต์ไหมคะ/ครับ?
A: ไม่รับทำค่ะ สามารถติดต่อทำได้ที่กระทรวงสาธารณสุขค่ะ

ข่าวสารประชาสัมพันธ์วัคซีน

แนะนำการขอหนังสือรับรองการฉีดวัคซีนโควิด (New)

หน่วยงานที่ให้บริการออกหนังสือรับรองการฉีดวัคซีนโควิด-19 เพื่อใช้เดินทางไปต่างประเทศ

The Covid-19 Vaccine (Update!!)

เอกสารข้อมูลเกี่ยวกับการฉีดวัคซีน
ช่องทางการติดตามข่าวสารวัคซีน

LINE
หมอพร้อม

App หมอพร้อม
ำหรับ iOS

App หมอพร้อม
สำหรับ Android

ประเมินความเสี่ยงโควิด-19

ความรู้เกี่ยวกับโควิด-19

มารดาที่เป็น COVID–19 สามารถเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้หรือไม่

มารดาที่เป็น COVID–19 สามารถเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้หรือไม่ พญ สุภาวีร์ วสุอนันต์กุล (กุมารแพทย์) การส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ในกรณีทารกเกิดจากมารดาที่เป็น COVID-19 และ PUI ที่มีความเสี่ยงสูง ปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานว่าเชื้อไวรัส COVID-19 สามารถติดต่อจากมารดาสู่ทารกผ่านทางนมแม่ และองค์กรทางสาธารณสุขต่าง ๆ แนะนำว่าสามารถให้น้ำนมแม่แก่ทารกที่เกิดจากมารดาติดเชื้อ COVID -19 ได้ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากข้อจำกัดทางด้านบุคลากร สถานที่  และครุภัณฑ์ในการเก็บตุนน้ำนม ตลอดจนความปลอดภัยจากการปนเปื้อนเชื้อไวรัสขณะขนส่งน้ำนมจากมารดามายังทารก ดังนั้นทารกจะได้รับนมผงดัดแปลงสำหรับทารกเท่านั้น   สนับสนุนการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ โดยแนะนำมารดาที่มีประวัติสัมผัส COVID -19 ความเสี่ยงสูง (PUI) ปั๊มน้ำนมทิ้งจนกว่าจะทราบผลตรวจเป็น Undetectable และ ในมารดาที่ยืนยันการติดเชื้อ COVID-19 ให้ปั๊มนมทิ้ง เป็นระยะเวลา 14 วัน หลังจากนั้นให้นั้นนมแม่แก่ทารกได้ตามปกติ   หากมารดาที่มีประวัติสัมผัส COVID -19 ความเสี่ยงสูง (PUI) หรือยืนยันการติด COVID-19 มีสภาพร่างกายที่พร้อมจะเก็บตุนน้ำนมได้และยืนยันจะเก็บตุนนม ให้ปฏิบัติตามข้อแนะนำการปฏิบัติของกรมอนามัย […]

วัคซีนcovid-19 ในหญิงตั้งครรภ์ /ให้นมบุตร

โดย พญ สุภาวีร์ วสุอนันต์กุล (กุมารแพทย์)        เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ในประเทศไทย มีผู้ติดเชื้อเป็นจำนวนมาก พบว่าหญิงตั้งครรภ์เป็นกลุ่มเสี่ยงต่อการเกิดโรครุนแรงที่ต้องได้รับการรักษาในหอผู้ป่วยวิกฤต และใช้เครื่องช่วยหายใจ รวมถึงอัตราการเสียชีวิตสูงกว่าเมื่อเทียบกับประชากรกลุ่มที่ไม่ได้ตั้งครรภ์ เพิ่มโอกาสของการคลอดก่อนกำหนด และการเกิดภาวะแทรกซ้อนของทารกร่วมด้วย  การฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด 19 จึงมีประโยชน์มากกว่าความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียงของวัคซีน โดยราชวิทยาลัยสูตินรีแพทย์แห่งประเทศไทย แนะนำให้หญิงตั้งครรภ์ ที่มีอายุครรภ์ตั้งแต่ 12 สัปดาห์ขึ้นไป และหญิงให้นมบุตร สามารถรับวัคซีนป้องกันโควิด 19 ได้ ซึ่งวัคซีนที่มีใช้ในประเทศไทย ปัจจุบันได้แก่ Sinovac และ Astraseneca  ในอนาคตที่มีการนำเข้าวัคซีน mRNA ได้แก่ pfizer และ  moderna จากการศึกษาในปัจจุบัน ยังไม่พบรายงานภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง และพบระดับภูมิคุ้มกันขึ้นไม่ต่างจากกลุ่มที่ไม่ตั้งครรภ์ อย่างไรก็ตามยังคงต้องมีการติดตามถึงประสิทธิภาพและความปลอดภัยของวัคซีนในอนาคต ควรติดตามข่าวสารหรือสอบถามแพทย์เพื่อรับคำแนะนำในการรับวัคซีน  

แนวทางการดูแลจิตใจเด็กและวัยรุ่น ในสถานการณ์การติดเชื้อโรค COVID-19 ในครอบครัว

แนวทางการดูแลจิตใจเด็กและวัยรุ่น ในสถานการณ์การติดเชื้อโรค COVID-19 ในครอบครัว โดย พญ.พิมพิกา หาญวัฒนานุกุล (กุมารแพทย์ทั่วไป) จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ที่มากขึ้น โดยมีทั้งผู้ปกครองและเด็กในหลายครอบครัวติดเชื้อโรคโควิด 19 และต้องไปรับการรักษาตัวในสถานพยาบาลหรือถูกจัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยงสูงที่ต้องกักตัวเพื่อเฝ้าสังเกตอาการ ซึ่งเหตุการณ์เหล่านี้ทำให้ต้องเกิดการแยกจากกันระหว่างผู้ปกครองและเด็ก ส่งผลให้เกิดความวิตกกังวลต่อตัวเด็กและวัยรุ่นเป็นอย่างมาก จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่แต่ละครอบครัวควรเตรียมพร้อมไว้ล่วงหน้าหากเกิดสถานการณ์การติดเชื้อเช่นนี้ในครอบครัว ซึ่งแนวทางการดูแลจิตใจเด็กและวัยรุ่นที่เหมาะสมในสถานการณ์การติดเชื้อในครอบครัวนั้น ผู้ปกครองหรือผู้ดูแลเด็กสามารถปฏิบัติตามได้ดังนี้ 1. บอกเล่าเหตุการณ์ให้เด็กฟังอย่างตรงไปตรงมา เช่น เหตุการณ์ติดเชื้อโควิดของสมาชิกในบ้าน ทำให้ไม่สามารถอยู่ด้วยกันได้ชั่วคราวเพราะอาจติดเชื้อกันได้ โดยมีการแนะนำว่าใครต้องไปอยู่ที่สถานที่ใด ระยะเวลานานประมาณเท่าใด 2. ให้เด็กสามารถสื่อสารกับผู้ปกครองได้อย่างสม่ำเสมอ โดยระหว่างที่แยกกันให้มีช่องทางที่สามารถติดต่อทางออนไลน์หรือโทรศัพท์ได้เสมอ 3. พยายามสอบถามถึงความต้องการของเด็ก เพื่อให้เด็กรู้สึกมีคุณค่าและสามารถควบคุมอะไรบางอย่างได้ เช่น ของที่ต้องการนำติดตัวไปด้วย เลือกช่วงเวลาที่จะติดต่อกันเป็นประจำ หรือตารางกิจกรรมประจำวัน 4. แสดงความเข้าอกเข้าใจถึงอารมณ์และการแสดงออกของเด็ก โดยเด็กจะมีการตอบสนองต่อสถานการณ์วิกฤตหรือการแยกจากแตกต่างกันออกไป ผู้ปกครองควรรับฟังอย่างตั้งใจ ไม่ต่อว่า และไม่ด่วนตัดสิน 5. ช่วยเหลือเด็กให้รู้จักและจัดการอารมณ์ของตัวเองได้ เพื่อให้เด็กสามารถเข้าใจอารมณ์ต่าง ๆ ของตัวเอง เช่น กลัว กังวล เศร้า และให้เด็กลองคิดกิจกรรมที่ช่วยจัดการอารมณ์ได้ด้วยตนเอง 6. ช่วยให้เด็กสามารถคงกิจวัตรประจำวันคล้ายเดิมได้มากที่สุด เพื่อลดความรู้สึกถึงสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป […]

ผลกระทบต่อจิตใจของเด็ก ในสถานการณ์การระบาดของโรค COVID-19

ผลกระทบต่อจิตใจของเด็ก ในสถานการณ์การระบาดของโรค COVID-19 พญ.พิมพิกา หาญวัฒนานุกุล (กุมารแพทย์ทั่วไป) ในสถานการณ์วิกฤตฉุกเฉิน เด็ก ๆ จะมีปฏิกิริยาทางด้านจิตใจเมื่อได้รับผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤต ฉุกเฉิน รุนแรง ในรูปแบบแตกต่างกันไป อาการวิตกกังวล นอนไม่หลับ หรือไม่จดจ่อ เป็นอาการสำคัญที่พบได้บ่อยมากขึ้น เด็กส่วนใหญ่ที่มีความเข้มแข็งทางจิตใจเพียงพอ จะสามารถปรับตัวและเรียนรู้การจัดการอารมณ์ได้เมื่อได้รับการดูแลที่เหมาะสมจากพ่อแม่ เพื่อนและคนรอบตัว อย่างไรก็ตาม มีเด็กบางกลุ่มที่มีความเสี่ยงที่จะมีปฏิกิริยาทางด้านจิตใจที่รุนแรง เช่น วิตกกังวลมาก ซึมเศร้า หรือมีความคิดฆ่าตัวตายได้ โดยความเสี่ยงของเด็กในกลุ่มนี้ ได้แก่ การมีปัญหาทางสุขภาพจิตอยู่เดิม เคยมีประสบการณ์ที่ถูกทำร้ายร่างกายหรือจิตใจ ครอบครัวไม่มั่นคง หรือมีการสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก ผู้ปกครองหรือผู้ดูแลเด็กสามารถสังเกตเห็นและมองหาเด็ก ๆ ที่ต้องการการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน โดยสังเกตจากสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปจากปกติ ตามพัฒนาการตามวัยของเด็ก ดังต่อไปนี้ วัย 0-5 ปี – ติดพ่อแม่หรือผู้ดูแลมาก – พฤติกรรมถดถอยไปจากช่วงวัยปกติ เช่น ดูดนิ้ว ปัสสาวะรดที่นอน – เปลี่ยนพฤติกรรมการกินการนอน – กลัวความมืดหรือกลัวในสิ่งที่ไม่เคยกลัวมาก่อน – ร้องไห้งอแงและหงุดหงิด – […]

คำแนะนำการฉีดวัคซีนโควิด-19 สำหรับเด็กและวัยรุ่นอายุตั้งแต่ 12 ปีขึ้นไปและคำถามที่พบบ่อย

ในขณะนี้วัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ที่มีข้อมูลรองรับถึงประสิทธิภาพและความปลอดภัย ในเด็กอายุตั้งแต่ 12 ปีขึ้นไป เป็นวัคซีนชนิด mRNA และที่มีใช้ในประเทศไทยในขณะนี้ (เดือนสิงหาคม 2564) คือ วัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ของ Pfizer-BioNTech ซึ่งได้รับการรับรองให้ใช้ในประเทศสหรัฐอเมริกาในภาวะฉุกเฉินในเด็กและวัยรุ่นอายุตั้งแต่ 12 ปีขึ้นไป เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2564 โดยแนะนำให้ฉีดวัคซีนขนาด 30 ไมโครกรัม (ปริมาณ 0.3 มล.) ต่อโดส เข้ากล้ามเนื้อ 2 เข็ม ฉีดห่างกัน 3 สัปดาห์ สำหรับการศึกษาผลข้างเคียงของวัคซีนนี้ในเด็กและวัยรุ่น พบว่ามีความปลอดภัยสูง ไม่แตกต่างกับการฉีดในประชากรกลุ่มอายุอื่น ๆ ซึ่งผลข้างเคียงเฉพาะที่และทั้งระบบส่วนใหญ่มีอาการเพียงเล็กน้อยถึงปานกลาง และหายภายใน 1-2 วัน ผลข้างเคียงเฉพาะที่ที่พบบ่อย ได้แก่ เจ็บในตำแหน่งที่ฉีด 79-86% สำหรับผลข้างเคียงทั้งระบบ ได้แก่ อ่อนเพลีย 60-66% ปวดศีรษะ 55-66% โดยพบรายงานสูงขึ้นหลังการฉีดวัคซีนเข็มที่สองมากกว่าภายหลังการฉีดเข็มแรกเพียงเล็กน้อย ยกเว้นพบไข้ 10% […]

การดูแลและปฏิบัติตัวในเด็กช่วงที่มีการระบาดของโรค COVID-19

การดูแลและปฏิบัติตัวในเด็กช่วงที่มีการระบาดของโรค COVID-19 เมื่อจำนวนผู้ป่วยลดลงจนควบคุมได้แล้ว จะต้องมีมาตรการปลด lock down แต่ต้องทำอย่างค่อยเป็นค่อยไปและยังคงต้องเน้นนโยบาย Social distancing , hand hygiene เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการระบาดครั้งใหม่อย่างรุนแรงดังเช่นเห็นได้จากต่างประเทศ ดังนั้น บทความนี้จึงขอเสนอวิธีการปฏิบัติตัวของเด็กขณะมีมาตรการ lock down ทั้งในเรื่องการปฏิบัติตัวเมื่ออยู่บ้าน เมื่อต้องเข้าชุมชนเช่นไปสถานศึกษา การยังคงมีกิจกรรมออกกำลังกายเพื่อส่งเสริมพัฒนาการและการเจริญเติบโตในเด็กก่อนวัยเรียนและเพื่อส่งเสริมความแข็งแรงในเด็กวัยเรียนและวัยรุ่น และการไปโรงพยาบาลเพื่อรับวัคซีนหรือเมื่อมีภาวะเจ็บป่วย เป็นต้น การดูแลปฏิบัติตัวในเด็กเมื่ออยู่บ้านและที่ชุมชน ปัจจัยสำคัญที่สามารถลดการแพร่ระบาดโรค COVID-19 ให้ช้าลงคือ ลดการไปพบปะผู้คนจำนวนมาก สอนให้เด็กรู้จัก Social distancing เช่น ลดกิจกรรมในสถานศึกษาที่ต้องเข้าร่วมกับคนหมู่มาก อย่างไรก็ตาม เด็กยังคงต้องมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นอยู่ นอกจากนี้ ผู้ปกครองควรจัดเวลาที่จะให้เด็กได้ออกกำลังกายบ้าง โดยทางหน่วยงานป้องกันโรคติดต่อประเทศสหรัฐอเมริกา (CDC) ได้แบ่งความเสี่ยงในการทำกิจกรรมเพื่อออกกำลังกายเป็น 5 ระดับ ได้แก่ ความเสี่ยงต่ำสุด เช่น การเล่นในบ้านคนเดียวหรือกับคนในครอบครัว ความเสี่ยงเล็กน้อย เช่น การเล่นหรือทำกิจกรรมร่วมกันเป็นกลุ่ม ความเสี่ยงปานกลาง เช่น การเล่นหรือทำกิจกรรแข่งขันเป็นกลุ่ม ความเสี่ยงมาก เช่น การเล่นหรือทำกิจกรรมแข่งขันเป็นกลุ่มที่มีคนจำนวนมาก แต่บุคคลมาจากพื้นที่เดียวกัน […]

คำแนะนำการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 สำหรับเด็กและวัยรุ่นอายุตั้งแต่ 12 ปีขึ้นไป

คำแนะนำการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 สำหรับเด็กและวัยรุ่นอายุตั้งแต่ 12 ปีขึ้นไป ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทยได้ติดตามข้อมูลด้านประสิทธิภาพและความปลอดภัยของวัคซีนโควิด-19 ในเด็กและวัยรุ่น เพื่อให้คำแนะนำเพิ่ม โดยคำนึงถึงความปลอดภัย และประโยชน์ทางด้านสุขภาพของเด็กเป็นสำคัญ ดังนี้ เด็กและวัยรุ่นที่มีสุขภาพดี อายุ 12 ปี ถึงน้อยกว่า 16 ปี แนะนำให้ฉีดวัคซีน ชนิด mRNA ของบริษัท Pfizer BioNTech โดย เด็กและวัยรุ่นชาย รับวัคซีน เข็มที่ 1 และ ชะลอการให้เข็มที่ 2 ไปก่อน จนกว่าจะมีคำแนะนำเพิ่มเติม (เนื่องจากการฉีดเข็ม 2 ในเด็กกลุ่มนี้ มีความเสี่ยงสูงกว่าเข็มแรก จากกล้ามเนื้อหัวใจและเยื่อหุ้มหัวใจ อักเสบ ซึ่งพบน้อยมาก) เด็กและวัยรุ่นหญิง สามารถรับวัคซีน 2 เข็มห่างกัน อย่างน้อย 3 สัปดาห์ ชนิดของวัคซีนที่แนะนำในเด็กและวัยรุ่น ขณะนี้ (วันที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2564) มีวัคซีนที่มีในประเทศไทยที่ได้ขึ้นทะเบียนให้ใช้เด็กอายุ […]

ผู้ป่วยเด็กกลุ่มเสี่ยงที่มีโรคเรื้อรัง ซึ่งจะทำให้เกิดโรคโควิด-19 รุนแรง

โดย พญ.ปิยนันท์ โฆษิดาพันธุ์ (กุมารแพทย์โรคติดเชื้อ) ในภาพรวมยังพบการติดโรคโควิด-19 ในเด็กน้อยกว่าผู้ใหญ่ และผู้ป่วยเด็กที่ติดเชื้อโรคโควิด-19 มักไม่รุนแรง ดังนั้นราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทยจึงมีความเห็นสอดคล้องกับองค์การอนามัยโลก โดยยังไม่จัดเด็กปกติที่มีสุขภาพดีเป็นกลุ่มที่มีลำดับความสำคัญในอันดับต้นในการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ในขณะนี้ซึ่งยังมีวัคซีนจำกัด แต่แนะนำให้ฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ในเด็กและวัยรุ่นอายุตั้งแต่ 12 ปีขึ้นไปที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดโรคโควิด-19 ที่รุนแรงและการเสียชีวิตจากโรคโควิด-19 ในจังหวัดควบคุมสูงสุด และเข้มงวด คำแนะนำของราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทยในขณะนี้ มีดังต่อไปนี้ – แนะนำให้ฉีดวัคซีนที่รับรองให้ใช้ในเด็กและวัยรุ่นอายุตั้งแต่ 12 ปีขึ้นไป ในกรณีเป็นผู้ป่วยเด็กกลุ่มเสี่ยงที่มีโรคเรื้อรัง ซึ่งจะทำให้เกิดโรคโควิด-19 รุนแรง ดังต่อไปนี้ บุคคลที่มีโรคอ้วน (ดัชนีมวลกายมากกว่า 35 กิโลกรัมต่อตารางเมตร หรือ มีน้ำหนัก 70 กิโลกรัมขึ้นไปในเด็กอายุ 12-13 ปี น้ำหนัก 80 กิโลกรัมขึ้นไปในเด็กอายุ 13-15 ปี น้ำหนัก 90 กิโลกรัมขึ้นไปในเด็กอายุ 15-18 ปี หรือเด็กอ้วนที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากภาวะทางเดินหายใจอุดกั้น) โรคทางเดินหายใจเรื้อรัง รวมทั้งโรคหอบหืดที่มีอาการปานกลางหรือรุนแรง โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคหลอดเลือดสมอง โรคไตวายเรื้อรัง โรคมะเร็งและภาวะภูมิคุ้มกันต่ำ […]

หลังฉีดวัคซีนเด็ก ๆ ควรปฏิบัติตัวอย่างไร

โดย พญ.ปิยนันท์ โฆษิดาพันธุ์ (กุมารแพทย์โรคติดเชื้อ) หลังฉีดวัคซีนเด็ก ๆ ควรปฏิบัติตัวอย่างไร แนะนำให้งดออกกำลังกายอย่างหนักหรือการทำกิจกรรมอย่างหนักเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ภายหลัง จากการฉีดวัคซีน ป้องกันโรคโควิด-19 เนื่องจากมีรายงานการเกิดผลข้างเคียงกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ และเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบภายหลังการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19ชนิด mRNA ซึ่งพบในอัตราที่ต่ำมาก จึงแนะนำให้เด็กและวัยรุ่นทุกราย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กและวัยรุ่นชายที่ได้รับวัคซีนป้องกันโรค โควิด-19 ทั้งโด๊สที่ 1 และ 2 ควรงดการออกกำลังกายหรือการทำกิจกรรมอย่างหนักเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ ภายหลังจากการฉีดวัคซีน และในเวลาดังกล่าวนี้หากมีอาการเจ็บ แน่นหน้าอก หายใจเหนื่อยหรือ หายใจไม่อิ่ม ใจสั่นหน้ามืดเป็นลมควรรีบไปพบแพทย์โดยหากแพทย์สงสัยภาวะกล้ามเนื้อหัวใจหรือ เยื่อหุ้มหัวใจอักเสบควรพิจารณาทำการตรวจค้นเพิ่มเติม สำหรับเด็กอายุตั้งแต่ 12 ปีขึ้นไปจนถึงน้อยกว่า 16 ปี ที่สุขภาพแข็งแรงดี และในเด็กอายุน้อยกว่า 12 ปี รวมทั้งการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ชนิดอื่นๆ ในเด็ก ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการติดตามผลการศึกษาถึงประสิทธิภาพ และความปลอดภัย ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย จะมีคำแนะนำเพิ่มเติมในการฉีดวัคซีนป้องกันโรค โควิด-19 ในอนาคตต่อไป ในการให้คำแนะนำด้านการฉีดวัคซีนแก่เด็กและวัยรุ่น ราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย จะมุ่งให้ เกิดประโยชน์แก่ตัวของเด็กและวัยรุ่น โดยชั่งน้ำหนักระหว่างผลเสียที่อาจเกิดขึ้น และประโยชน์ที่เด็กจะได้รับจาก วัคซีน ทั้งนี้จะให้น้ำหนักแก่ของความปลอดภัยแก่เด็กเป็นสิ่งสำคัญ […]